วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บริการจัดวางตัวบุคคล

บริการจัดวางตัวบุคคล

บริการของแนะแนวสำหรับช่วยเหลือผู้เรียนในโรงเรียน เป็นการช่วยเหลือในด้านการพัฒนาบุคคล ในด้านต่างๆ ในการปัญหาการเรียนรู้ ปัญหาอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเช่นการให้ทุนการศึกษา

ดังนั้นการจัดวางตัวบุคคลเป็นบริการที่คอยช่วยเหลือผู้เรียน

ประโยชน์ของบริการจัดวางตัวบุคคล

*ช่วยผู้เรียนที่มีความขาดแคลนทางด้านทุนทรัพย์ ได้รับการช่วยเหลือด้านต่างๆ

*ช่วยเหลือในด้านการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อ ด้วยวิธีการต่างๆ

*ช่วยสนับสนุนสร้างเสริมประสบการณ์ด้านๆ ตามความสนใจของผู้เรียน

*ช่วยเหลือและส่งเสริมความสามารถและทักษะต่างๆ

*ช่วยเหลือผู้เรียนที่มีปัญหา

*อื่นๆ

วิธีการจัดบริการจัดวางตัวบุคคล

*จัดสรรทุน

*จัดสรรอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน

*จัดสรรโควต้าศึกษาต่อ

*จัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์

*ติดตามช่วยเหลือผู้เรียน

*อื่นๆ

บริการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นรายบุคคล

บริการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นรายบุคคล

คือการเก็บรวบรวมข้อมูลในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน อย่างเช่น ชื่อ พ่อ แม่ ที่อยู่ ประวัติส่วนตัว วัน/เดือน/ปีเกิด และการเก็บรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ที่ต้องการ อย่างเช่น การเขียนบทความครอบครัวของฉัน หรือเรื่องที่อาจจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า เพื่อเก็บข้อมูลได้มาก เพราะยิ่งมากเท่าไรก็เป็นประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น การเก็บรวบรวมข้อมูลรายบุคคลจึงมีความสำคัญเพราะจะช่วยให้แก้ปัญหาที่อาจ เกิดขึ้นกับเด็ก

ประโยชน์ของบริการเก็บรวบรวมข้อมูล

*ได้ข้อมูลประจำตัวของเด็กแต่ละคน และข้อมูลสำหรับครูประจำชั้น ครูที่ปรึกษา เพื่อประกอบการพิจารณา

*ทราบประวัติพื้นฐานของเด็กแต่ละคน

*ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการช่วยเหลือเด็ก

*อื่นๆ

แนวการจัดบริการเก็บรวบรวมข้อมูล/และเครื่องมือ

*แบบบันทึกรายบุคคล

*แฟ้มประวัติ

*เรียงความเรื่องสั้นเกี่ยวกับตนเอง

*แบบสอบถาม

*แบบสำรวจ

*สอบถาม สังเกตพฤติกรรม

*อื่นๆ

สำหรับบริการเก็บรวบรวมข้อมูล นับว่าเป็นงานที่จำเป็นอย่างมากสำหรับการแนะแนว เพราะจะช่วยให้ครูแนะแนวได้รู้ข้อมูลของเด็กแต่ละคนพอสมควร และให้ความช่วยเหลือได้อย่างถูกวิธี

รู้จักกับแนะแนว

รู้จักกับแนะแนว

มารู้จักงานแนะแนว กันเถอะ.......

แนะแนวเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวจริงๆ

เอาละครับ... ผมจะพูดถึงการแนะแนวที่มีแบบมีแผนที่ใช้ในโรงเรียนอยู่ทุกวันนี้ คือ

ขอบข่ายบริการแนะแนว

1. บริการเก็บรวบรวมข้อมูล

2. บริการสารสนเทศ

3. บริการให้คำปรึกษา

4. บริการจัดวางตัวบุคคล

5. บริการติดตามผลและประเมินผล

ขอบข่ายการแนะแนว 3 ด้าน

1. ด้านการศึกษา

2. ด้านอาชีพ

3. ด้านส่วนตัวและสังคม

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคืองานหลักๆ ของการแนะแนวในโรงเรียนทุกโรงเรียนควรมีและนำไปปฏิบัติ

ครูแนะแนวในโรงเรียนจึงมีหน้าที่หลักที่ต้องปฏิบัติตามขอบข่ายบริการและขอบข่ายการแนะแนว

งานแนะแนวนับว่าเป็นงานที่หนักมาก มีภาระหน้าที่มากมาย ครูแนะแนวในโรงเรียนจึงน่ายกย่องมากเพราะต้องค่อยดูแลนักเรียนหลายร้อยหลาย พันคน ซึ่งขอบข่ายบริการต่าง ๆ อย่างเช่นงานบริการเก็บรวบรวมข้อมูลรายบุคคลต้องเก็บให้ครบทุกคน การจัดป้ายนิเทศ การให้คำปรึกษาอันนี้สำคัญสุด เปรียบเสมือนหน้าตาของงานแนะแนวก็ว่าได้ และเด็กให้ความสำคัญมาก ๆ คือการให้คำปรึกษาทั้งเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ เมื่อครูแนะแนวสามารถช่วยเหลือเด็กได้เด็กจะรักแนะแนว

ส่วนบริการการอื่น ๆ ก็สำคัญทุกเรื่อง

การแนะแนวจึงเป็นหัวใจของการพัฒนาการศึกษา และการปฏิรูปการเรียนรู้ให้สัมฤทธิ์ผล

ขอเป็นกำลังใจให้ครูแนะแนวทุกคน

สำหรับการแนะแนวบนโลกออนไลน์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเยาวชนยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบแนะแนวสู่การแนะแนวนอกห้องเรียนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งผมในนามผู้จัดทำเว็บแนะแนวอีกหนึ่งเว็บบนโลกออนไลน์ขอเชิญบัณฑิตแนะแนว ทุกท่านร่วมกันพัฒนาแนะแนวให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดทำเว็บแนะแนวเยอะๆ บนโลกออนไลน์ ให้เยาวชนไทยได้เลือกใช้ประโยชน์มากที่สุด

หวังว่าทุกท่านจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมออนไลน์ ให้เป็นสังคมแหล่งการเรียนรู้

ประวัติแฟรงค์ พาร์สันส์

ประวัติแฟรงค์ พาร์สันส์


แฟรงค์ พาร์สันส์ บิดาการแนะแนวอาชีพ

ชื่อ แฟรงค์ พาร์สันส์

เกิดวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1854

เมือง Mount Hally มลรัฐ New Jersey

ประเทศ สหรัฐอเมริกา

แฟรงค์ พาสันส์ บิดาแห่งการแนะแนว ผู้ริเริ่มการแนะแนวอาชีพในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้วางรากฐานการแนะแนวในประเทศสหรัฐอเมริกา และโรงเรียนซึ่งจุดเริ่มต้นของการแนะแนวแห่งแรก คือ California School of Mechanical Arts

ประวัติการทำงานของแฟรงค์ พาร์สัน หลังจากจบการศึกษาเขาได้ทำงานในบริษัทตำแหน่งชายช่างรถไฟ ต่อมาได้ลาออกไปเป็นครูที่ Southbridge รัฐแมซซาซูเซส และสอนวิชาประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ ด้วยความที่เขามีคารมคมคายดีและอัธยาศัยดีทำให้คนในชุมชนใกล้โรงเรียนชื่น ชอบและเป็นที่รู้จัก และมีคนแนะนำให้เขาเรียนด้านกฎหมาย เขาจึงสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมาย

ต่อมาแฟรงค์ พาสันส์ ได้พัฒนาการแนะแนวอาชีพ โดยมีแนวคิดว่า "บุคคลเมื่อทำงานเหมาะสมกับความสามารถและชอบย่อมทำงานได้ดี"

แฟรงค์ พาสันส์ จึงนับได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มงานแนะแนวให้เป็นระบบตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จึงถูกขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งการแนะแนวอาชีพ