แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะแนววิชาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะแนววิชาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

ประวัติการกำเนิดกิจการเนตรนารี

ประวัติการกำเนิดกิจการเนตรนารี



รัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงใฝ่พระทัยและศึกษาเรื่องกิจการลูกเสือ ในต่างประเทศ  โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell)  ผู้ก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นครั้งแรกของโลก  เพื่อใช้ในการฝึกทหารเด็กเพื่อเป็นหน่วยสอดแนมในการรบ  ประสบความสำเร็จด้วยดี  หลังจากที่พระองค์นิวัติสู่ประเทศไทย ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า เมื่อ  วันที่ 6  พฤษภาคม  2454   ภายในระยะเวลา 2  เดือนที่ฝึกหัดกองเสือป่า  พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก  ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งลูกเสือขึ้นอย่างเป็นทางการ  ณ  วันที่  1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454   ประเทศไทยจึงเป็นประเทศอันดับที่ 3  ที่มีการจัดกิจการลูกเสือขึ้น

ในเวลาต่อมาพระองค์ทรงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญการส่งเสริมกิจการลูกเสือสำหรับสตรีและเด็กผู้หญิง  ทรงมีพระราชดำริ ให้จัดตั้งลูกเสือหญิง  พระราชทานนามกิจการลูกเสือหญิงว่า   “เนตรนารี”   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มสตรีและเด็กผู้หญิงมีหน้าที่ในการจัดหาเสบียงและเวชภัณฑ์เพื่อสนับสนุนกองเสือป่า
กองแรกเนตรนารีกองแรกของไทย  คือ กองเนตรนารี โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง
กิจการเนตรนารีจึงถือกำเนิดขึ้นหลังจากกิจการลูกเสทอเจริญก้าวหน้าควบคู่กันไป


                                                                                                                           

**หมายเหตุ**

เนื้อหาบางส่วนที่นำเสนออาจยังไม่สมบูรณ์  ซึ่งกำลังรอดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม  เนื่องจากโครงสร้างที่เนื้อที่ระบุไว้ในเว็บทีมงานเขียนบรรยายเป็นโครงสร้างระดับพื้นฐาน  เพื่อเตรียมพัฒนาเนื้อหาให้สมบูรณ์ในอนาคต  น้อง ๆ  นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป  ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบก่อนตัดสินใจนะครับ


วันที่โพส
01/04/2558
ทีมงาน

นิวแนวดอทเน็ต

ประวัติการกำเนิดกิจการลูกเสือไทย

ประวัติการกำเนิดกิจการลูกเสือไทย



รัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงใฝ่พระทัยและศึกษาเรื่องกิจการลูกเสือ ในต่างประเทศ  โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell)  ผู้ก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นครั้งแรกของโลก  เพื่อใช้ในการฝึกทหารเด็กเพื่อเป็นหน่วยสอดแนมในการรบ  ประสบความสำเร็จด้วยดี  หลังจากที่พระองค์นิวัติสู่ประเทศไทย ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า เมื่อ  วันที่ 6  พฤษภาคม  2454   ภายในระยะเวลา 2  เดือนที่ฝึกหัดกองเสือป่า  พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก  ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งลูกเสือขึ้นอย่างเป็นทางการ  ณ  วันที่  1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454   ประเทศไทยจึงเป็นประเทศอันดับที่ 3  ที่มีการจัดกิจการลูกเสือขึ้น  โดยกองลูกเสือกองแรกเกิดขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง  นับจากนั้นเป็นต้นมากิจการเสือป่าได้ขยายกิจการสู่โรงเรียนและสถานที่ต่าง ๆ โดยมีสภากรรมการคณะลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้กำกับดูแล  กิจการลูกเสือจึงเป็นการฝึกให้ข้าราชการพลเรือน นักเรียน และประชาชนได้เรียนรู้วิชาทหาร โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเพื่อมุ่งอบรมจิตใจให้คนไทยรู้จักรักชาติ  มีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี และมีความกตัญญู
และพระราชทานคำขวัญสำหรับลูกเสือไว้ว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์"

การกำเนิดลูกเสือไทยจึงถือกำเนิดขึ้นโดยการก่อตั้งกองเสือป่าของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
พระองค์จึงทรงเป็น  “พระบิดาแห่งการลูกเสือไทย”  และส่งเสริมกิจการลูกเสือให้เจริญก้าวหน้า
ดังนั้น  วัน  1 กรกฎาคม ของทุกปีจึงเป็น  “วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ”


                                                                                                                           

**หมายเหตุ**

เนื้อหาบางส่วนที่นำเสนออาจยังไม่สมบูรณ์  ซึ่งกำลังรอดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม  เนื่องจากโครงสร้างที่เนื้อที่ระบุไว้ในเว็บทีมงานเขียนบรรยายเป็นโครงสร้างระดับพื้นฐาน  เพื่อเตรียมพัฒนาเนื้อหาให้สมบูรณ์ในอนาคต  น้อง ๆ  นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป  ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบก่อนตัดสินใจนะครับ


วันที่โพส
01/04/2558
ทีมงาน

นิวแนวดอทเน็ต

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แนะนำ : "นิยายรัก เรื่อง เพียงรักษ์" นิยายส่งเสริมการแนะแนวลองหามาอ่านกันนะครับ



เรื่องย่อ
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากสาวน้อยชื่อ พรพรรณ  ชื่อเล่น  ตอง  สาวร่างยักษ์  ผิวคล้ำ แอบปลื้มเพื่อนหนุ่มที่ชื่อ รักษ์  ส่วนอภิรักษ์ หรือรักษ์เป็นหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน  เรียนอยู่ห้องเดียวกับพรพรรณ  นิสัยส่วนตัวของรักษ์เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท เนื่องจากมีปมบางอย่างในใจ  อยู่มาวันหนึ่งรักษ์กับพรพรรณเกิดอุบัติเหตุทำให้รักษ์และพรพรรณจูบกันโดยไม่ตั้งใจ  แต่พรพรรณรู้สึกจะฝังใจตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาว่ารักษ์คือคนที่ใช่ คือรักแรกและรักเดียวในชีวิต ทำให้เพื่อน ๆ  ร่วมก๊วนพยายามช่วยเหลือเธอให้ได้ใกล้ชิดหนุ่มรักษ์ด้วยวิธีการแบบเด็ก ๆ  ในที่สุดรักษ์และพรพรรณก็ได้เป็นเพื่อนที่สนิทกันตามลำดับ  แต่ปัญหา คือ  ไม่มีแค่พรพรรณที่แอบปลื้มรักษ์  ยังมีรุ่นพี่อีกคนที่ชื่อโอม  เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลชมรมเดียวกับรักษ์พยายามตีสนิทจนได้ชิดใกล้ กลายเป็นเพื่อนสนิทและพี่ชายที่รักษ์รู้สึกผูกพัน  ระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวอ่างขาง  2 วัน 3  คืน  รักษ์  พรพรรณ  โอม และกลุ่มเพื่อนๆ ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้ทุกคนสนิทกันมากขึ้นเกิดมิตรภาพดี ๆ ในหมู่เพื่อน  โอมรู้สึกจะชอบรักษ์มากขึ้นเรื่อย ๆ  จนแสดงออกผ่านสีหน้าที่เขินอายในบางครั้ง แต่เรื่องระหว่างโอมกับรักษ์  เป็นได้เพียงแค่พี่ชาย เพราะยังอยู่ในช่วงวัยเด็ก โอมไปเรียนต่อเมืองนอกทำให้ทั้งสองต้องจากกัน  พรพรรณเองก็ช่วยให้โอมและรักษ์ได้พูดคุยความในใจที่เก็บซ้อนไว้ในวันสุดท้ายที่สนามบินเชียงใหม่  รักษ์  โอม  พรพรรณ  ล่ำลากันครั้งสุดท้ายด้วยน้ำตาแห่งความห่วงใย และเรื่องก็ดำเนินต่อไปในช่วงที่รักษ์ และพรพรรณเรียนต่อ ม.ปลาย  จนถึงระดับมหาวิทยาลัย  ทั้งสองคือพรพรรณกับรักษ์สนิทกันมากถึงมากที่สุด  ไปที่ไหนต้องไปกันเป็นคู่ จนเพื่อนแซวทั้งสองเป็นแฟนกัน  ความจริงแล้วรักษ์ไม่ได้ชอบผู้หญิง  พรพรรณเองก็ไม่สวย ดูภายนอกออกจะเป็นสาวห้าวๆ ขาลุย ทอมบอยนิดๆ  อยู่มาวันหนึ่งรักษ์  พรพรรณ  และเพื่อนใหม่ที่ชื่อปอนด์ ชวนกันไปเที่ยวสถานบันเทิงยามราตรี  ทำให้ทั้งสามคนได้เจอกับชายหนุ่มอีกคนที่เข้ามาในชีวิต  คือ  นนท์  ลูกชายนักธุรกิจใหญ่  นนท์เกิดชอบเพื่อนสนิทของพรพรพรรณ คือ รักษ์นั่นเอง  แต่เรื่องทั้งหมดไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด  รักษ์ไม่ค่อยชอบนนท์สักเท่าไหร่  อีกทั้งเรื่องมันยุ่งยากตรงที่ว่า นนท์ คือ  น้องชายต่างมารดาของรักษ์  ซึ่งตอนแรกเองรักษ์ก็ไม่รู้ว่านนท์คือน้องชาย นนท์พยายามตามตื้อตามจีบรักษ์จนรักษ์เริ่มรำคาญเนื่องจากนนท์เป็นคนที่ถูกตามใจตั้งแต่เด็ก อยากได้อะไรต้องได้  นนท์พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เจอหน้ารักษ์  มานั่งรออยู่ที่มหาวิทยาลัยแทบทุกวัน  รักษ์รู้สึกอึดอัดจึงขอความช่วยเหลือจากพรพรรณ ช่วยแก้สถานการณ์  แต่แล้วเรื่องก็ซักจะไปกันใหญ่  พ่อของนนท์ทราบข่าวว่านนท์เป็นเกย์และติดพันกับนักศึกษาหนุ่ม คือ  รักษ์  พ่อของนนท์จึงพยายามจะเคลียร์ปัญหาด้วยการพูดคุยกับแม่ของรักษ์เพื่อให้รักษ์ออกไปจากชีวิตนนท์  เผอิญว่าวันเพ็ญแม่ของรักษ์  คือ  ภรรยาอีกคนที่ศักดิ์ชัยพ่อของนนท์เคยมีความสัมพันธ์สมัยวัยรุ่น ซึ่งตอนนั้นเธอท้องโดยที่ศักดิ์ชัยไม่รู้ อีกทั้งแม่ของศักดิ์ชัยได้จัดการปัญหาด้วยการส่งวันเพ็ญกลับบ้านมาอยู่เชียงใหม่เพื่อให้วันเพ็ญออกจากชีวิตของศักดิ์ชัย  เพราะศักดิ์ชัยเองก็มีคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงาน  ทำให้วันเพ็ญต้องเดินทางกลับมาอยู่บ้านเกิดแล้วคลอดรักษ์ออกมา เลี้ยงรักษ์จนโตโดยรักษ์ไม่รู้เลยว่าพ่อของตนเองคือใคร การไม่มีพ่อทำให้รักษ์ถูกล้อจากเพื่อนตอนเด็ก ๆ จนกลายเป็นปมในใจ  รักษ์รู้เรื่องทั้งหมดเพราะแอบฟังศักดิ์ชัยกำลังเจรจากับแม่ของตน  แล้วทั้งสองก็พูดเรื่องที่ทำให้รักษ์รู้สึกดีใจและโกรธ คือ  ศักดิ์ชัยเป็นพ่อของรักษ์   ตอนแรกรักษ์ดีใจ แต่ความโกรธมากกว่าความดีใจที่พ่อไม่เคยสนใจและคิดจะตามหาตนเองกับแม่เลย หลังจากนั้นเป็นต้นมารักษ์เริ่มไม่ค่อยพูด เก็บอารมณ์จนทำให้พรพรรณและปอนด์เพื่อนสนิทรู้สึกถึงความผิดปกติ  และเปลี่ยนพฤติกรรมจากเคยเกลียดนนท์ไม่อยากพบหน้านนท์  ก็เปิดโอกาสให้นนท์ได้เข้ามาในชีวิต  จนนนท์รู้สึกชอบรักษ์มากยิ่งขึ้น  พยายามทำดีแทบทุกอย่างเพื่อหวังจะให้รักษ์สนใจและเห็นใจ  แต่รักษ์ก็พยายามแกล้งนนท์ให้ทำงานสารพัดทั้งกวาดห้อง  ล้างจาน  ซักผ้า  ซึ่งนนท์เองไม่เคยทำมาก่อน  ต้องมาหัดทำทุกอย่างในช่วงเย็นๆ หลังจากเลิกงานก็รีบมาหารักษ์ทุกวัน จนเรื่องราวถึงหูแม่ของนนท์คือ คุณวิชุดา ถึงเรื่องความสัมพันธ์ของนนท์กับรักษ์  และเรื่องความสัมพันธ์ของสามีกับแม่ของรักษ์ ทำให้คุณวิชุดาต้องมาจัดการด้วยตัวเอง ด้วยการใช้เงินเพื่อจบปัญหา แต่รักษ์รู้สึกโกรธมากกับการกระทำของคุณหญิงที่ดูถูกศักดิ์ศรีของตนและแม่ด้วยการใช้เงินฟาดหัว รักษ์จึงหาทางเอาคืนด้วยการทำดีกับนนท์ให้มากขึ้น  และแล้วเรื่องก็มาถึงตอนที่รักษ์อยากให้พ่อคือ ศักดิ์ชัยและครอบครัวฝ่ายนนท์เจ็บปวดด้วยการจัดฉากขอมีอะไรกับนนท์ระหว่างที่พ่อกำลังเดินทางมาที่ห้องของนนท์ เพื่อให้พ่อเข้ามาเห็นภาพต่อหน้าที่นนท์กำลังคลอเคลียกับรักษ์  ทำให้พ่อเสียใจและทำร้ายรักษ์ด้วยการตบหน้า รักษ์โกรธมากที่พ่อทำร้ายร่างกาย อีกทั้งนนท์ก็รู้ความจริงในวันนั้นว่ารักษ์คือพี่ชายต่างมารดาและต้องการจะแกล้งให้นนท์รักแล้วก็จากไป  นนท์เสียใจจนไม่ยอมกินข้าวกินปลา ครอบครัวฝ่ายคุณวิชุดาทุกข์ใจกับลูกชาย  ส่วนรักษ์เองก็เครียดจัด  หันไปดื่มเพื่อลืมทุกสิ่ง ทำให้พรพรรณเป็นห่วงรักษ์อย่างมาก ในที่สุดพรพรรณก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้รักษ์เลิกดื่ม พรพรรณหาเวลาไปเที่ยวกับรักษ์ที่ภูเก็ตเพื่อทำให้รักษ์คลายความเครียด คลายความเศร้าในจิตใจ ทั้งคู่เที่ยวกันอย่างมีความสุขตามประสาเพื่อน  แต่ส่วนหนึ่งในหัวใจของพรพรรณยังหวังลึก ๆว่าสักวันรักษ์อาจจะชอบเธอก็ได้  เที่ยวเสร็จกลับมาเชียงใหม่  รักษ์ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของพรพรรณอยู่พักหนึ่ง รักษ์เองรู้สึกว่าพรพรรณคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต  เขาคือเพื่อนแท้ จนมาถึงตอนที่รักษ์ช่วยเก็บกวาดห้องให้พรพรรณก็ทำให้ได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่เก็บซ้อนไว้  คือ  รูปถ่ายของรักษ์และสมุดบันทึกที่พรพรรณเขียนถึงรักษ์  ว่ารักษ์คือรักแรกและรักเดียวของเธอ  รักษ์เก็บไปคิดหนัก แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแต่แสดงออกด้วยการเงียบเหมือนแต่ก่อน  แต่คืนนั้นเองพรพรรณนั่งบันทึกเรื่องราวต่อ ดันมาลุกขึ้นมานั่งจองหน้ารักษ์ตอนนอนหลับในห้องของเธอ  เธอก้มหน้าลงแล้วใช้ปากจูบไปที่ปากรักษ์  รักษ์สะดุ้งตื่นตกใจในการกระทำของเธอ  และตอกย้ำความคิดว่าพรพรรณคิดกับเขาเกินเพื่อน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่รักษ์จะหันมาชอบเธอ  เพราะรักษ์คิดกับเธอแค่เพื่อน  รักษ์เดินออกจากบ้านของพรพรรณเพื่อกลับไปบ้านของตนเอง  พรพรรณเสียใจกับการกระทำของตนเองพยายามขอโทษรักษ์  แต่รักษ์ไม่ยอมให้พบและหลบหน้า พรพรรณรู้สึกผิดหวัง และพยายามหนีปัญหาด้วยการกระโดดน้ำฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ  สุดท้ายพรพรรณคิดได้ว่าชีวิตที่ไม่มีคนรักแบบแฟนหรือเพื่อนสนิทเธออยู่ได้เพราะยังมีคนที่รักเธอทั้งญาติพี่น้องและเพื่อนอีกมากมายที่คอยอยู่เคียงข้าง เธอจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีเพื่อนสนิทที่ชื่อรักษ์อยู่ข้างกายอยู่หลายปี  หลังจากนั้นเธอเปิดร้านขนม ทำงานเองทุกอย่างจนลืมเรื่องราวทั้งหมด  ลืมเรื่องราวของรักษ์  แต่เธอไม่เคยโกรธรักษ์ ช่วงเปิดร้านใหม่ได้ไม่นานนัก  จู่ ๆ ก็มีลูกค้าเข้าสั่งขนมและขอสมัครงานเป็นพนักงานที่ร้าน  แต่พรพรรณยังไม่เอะใจว่าทั้งสองคนหน้าคุ้น ๆ  เขาคือ  โอมกับรักษ์มาเยี่ยม และแล้วทั้งสามคนก็นั่งคุยกัน รักษ์ขอโทษพรพรรณกับการกระทำที่ผ่านมา สุดท้ายโอม รักษ์ขอร่วมหุ่นกับพรพรรณทำร้านขนม ทำให้เธอมีผู้ช่วยและเพื่อนคู่คิดขยายสาขาเป็นธุรกิจใหญ่  พรพรรณเข้าใจในชีวิตมากขึ้น และเธอคิดถึงความรักโดยไม่ต้องทุกข์  คือ  เธอรักในการทำงานรักในองค์กร  รักในลูกน้อง รักทุกคนที่เข้ามาในชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องมีรักแบบคนรักก็ได้ เธอจึงเปลี่ยนความรักให้เป็นพลังผลักดันชีวิตกลายเป็นนักธุรกิจที่สร้างองค์กรแห่งความสุขตามความคิดของเธอ


หวังว่านิยาย เรื่องนี้จะสร้างความบันเทิงให้กับผู้อ่าน


จาก  กฤษกร

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

การประกวดแผนการตลาด (J-MAT Award) ครั้งที่ 24

ข่าวประชาสัมพันธ์

การประกวดแผนการตลาด (J-MAT Award) ครั้งที่ 24
ชิงโล่พระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
หัวข้อ รุกไอเดียให้ล้ำ ทำปั๊มให้เจ๋ง







โครงการยุวสมาชิกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขอเชิญนิสิต-นักศึกษาท้าทายตัวเอง ร่วมกิจกรรมประกวดแนวคิดทางการตลาด สร้างสรรค์แผนการตลาด เสมือนเป็นนักการตลาดมืออาชีพ กำหนดทีมละ 3-10 คน รับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มกราคม 2558 รับฟังการชี้แจงโจทย์วันที่ 30 มกราคม ณ The Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) ถ.วิภาวดีรังสิต ใกล้กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.marketingthai.or.th/?page_id=5034

สอบถามรายละเอียดและติดต่อขอรับใบสมัครที่
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

โทร : 0-2679-7360-3 e-mail :  center@marketingthai.or.th

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประชาสัมพันธ์ : การแนะแนวออนไลน์

ประชาสัมพันธ์   การแนะแนวออนไลน์


ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7  ของการแนะแนวออนไลน์  เว็บไซต์เล็ก ๆ  ที่สร้างด้วยอุดมการณ์การส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์  ขอขอบพระคุณทุก ๆท่านที่แวะเวียนมาใช้บริการที่ผู้เขียนได้เรียบเรียงขึ้น  ในเดือนสุดท้ายของปีนี้ถือได้ว่าเป็นเดือนพิเศษอีกเดือนที่เราชาวไทยต่าง ปิติยินดีกับวันเฉลิมพระชนพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผู้เขียนหวังใจว่าเดือนธันวาคมนี้และปีหน้าจะพยายามเรียบเรียงเนื้อหาเรื่องการแนะแนวและการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อ  ตามรอยคำสอนของพ่อหลวงเกี่ยวกับหน้าที่ครู ความตอนหนึ่ง...
"ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้กันมากเข้าๆ แล้วจะเอาจิตใจที่ไหนมาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงใยในสิ่งเหล่านั้นก็จะค่อยๆบั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้นจะไม่มีอะไรดีเหลือไว้ พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจหรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่ เคารพบูชาอีกต่อไป"

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ครูอาวุโส
ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2521

ผู้เขียนจะพยายามเรียบเรียงบทความดี ๆ  เพื่อเผยแพร่ต่อสังคมเพื่อประโยชน์ต่อเยาวชนและผู้สนใจ ในกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อหลวง

หวังว่าบทความต่างๆ  จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนของชาติต่อไป
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการแนะแนวออนไลน์กันนะครับ
พยัคฆ์กูรู


4/12/2557

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

แนะแนววิถีพุทธ : หลักการสร้างความสำเร็จ

แนะแนววิถีพุทธ – การสร้างความสำเร็จ

เหตุต้น – ผลกรรม
ด้วยเหตุที่ทำให้เราประสบความสำเร็จตามแนวทางของพุทธแล้ว  มีหลายผู้รู้ได้นำเอาแนวทางนี้มาขยายความมากมาย ในการด้านการสร้างความสำเร็จแล้วก็สามารถเอาหลักแนวคิดดังกล่าวมาสร้างความสำเร็จได้ดี
ตัวอย่างจากผู้รู้ที่อธิบายไว้  เช่น  ปลูกต้นใดย่อมๆได้รับผลของต้นนั้น
ปลูกมะม่วงก็ย่อมได้กินผลมะม่วง  จะปลูกมะม่วงให้ออกผลกลายเป็นผลมังคุด  ทุเรียนก็ย่อมเป็นไปไม่ได้  เมื่ออยากกินผลของต้นใดก็จงปลูกผลของต้นนั้น

ความสำเร็จก็เช่นกัน  ย่อมมีต้นแห่งเหตุที่จะไปสู่ความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ  หากแต่ไม่มีเหตุให้เกิดสิ่งนั้นก็ย่อมเกิดไม่ได้
ท่านพุทธทาสได้อธิบายอิทัปปัจจยตา คือ กฎที่กล่าวว่า  "เพราะมีสิ่งนี้ เป็นเหตุปัจจัยให้สิ่งนี้จึงมี"

เราสามารถเอาแนวทางพุทธไปปฏิบัติใช้ในการสร้างความสำเร็จได้หลากหลาย
สำหรับผู้ที่คิดตะสร้างความสำเร็จในเรื่องราวต่าง ๆ  ที่ต้องการให้ชีวิตประสบความสำเร็จในแต่ละด้านก็สามารถนำหลักการนี้ไปสร้างความสำเร็จได้ไม่ยาก  เพียงแต่เริ่มสร้างเหตุให้เกิดผล
อยากรวย  ก็  สร้างเหตุที่จะทำให้รวย  เช่น  สร้างเหตุจากการทำงานที่ได้เงิน  สร้างเหตุที่อำนวยให้เกิดผลไปเรื่อย ๆ  แล้วผลที่ได้ก็คือสิ่งที่ต้องการ
อยากมีความรู้  ก็สร้างเหตุที่จะทำให้เกิดความรู้  เช่น  เรียนรู้  ฝึกฝน  ทดลอง  อ่าน  เขียน  พิจารณา  อันเป็นเหตุที่สร้างให้เกิดผลคือ  ความรู้ในเรื่องนั้น ๆ

ขอบฝากพี่ ๆ น้อง  ๆ  และท่านผู้สนใจช่วยกันติ และแสดงความคิดเห็นได้ 
ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจทานข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลแนะแนวใหม่ร่วมกันนะครับ

หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส
14  กันยายน  2557


หลักการพุทธกับหลักการทางจิตวิทยา

พุทธจิตวิทยา – หลักการพุทธกับหลักการทางจิตวิทยา

พุทธจิตวิทยา
หากจะมองพุทธในแนวทางของหลักปรัชญา ในแนวทางของศาสตร์  พุทธก็มีทฤษฎีมากมายที่ครอบคลุมเรื่องราวของมนุษย์  ทั้งภายในและภายนอกมีการแบ่งพฤติกรรมของมนุษย์อย่างละเอียด  นับว่าเป็นศาสตร์ทางจิตวิทยาอีกศาสตร์ที่กำเนิดจากชาวตะวันออก ด้วยหลักการทางพุทธศาสนาที่ยาวนานมากว่า  2,000  กว่าปี
ในขณะที่ชาวตะวันตกมีการพัฒนาหลักจิตวิทยามาอย่างต่อเนื่อง มีหลากลายกลุ่มหลากหลายแนวคิดทฤษฎี แต่บางครั้งบางกลุ่มก็มีการทับซ้อนอธิบายคลายคลึงกับหลักพุทธจิตวิทยาเช่นกัน  เนื่องทฤษฎีต่าง ๆ  ทางจิตวิทยาตะวันตกบางส่วนได้รับอิทธิพลและแนวคิดจากพุทธไปบ้าง  ในหมวดหมู่นี้จึงอยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวศาสตร์ทางจิตวิทยาที่มีพื้นฐานมาจากพุทธเพื่ออธิบายความตามธรรม  หวังว่าเรื่องราว ๆ  ต่าง ๆ ที่นำมาเสนอจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยหรือหากมีข้อผิดพลาดผู้เขียนก็พร้อมน้อมรับเอาข้อผิดพลาดไปพิจารณาปรับปรุงตามความเหมาะสม

ขอฝากพี่ ๆ น้อง  ๆ  และท่านผู้สนใจช่วยกันติ และแสดงความคิดเห็นได้ 
ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจทานข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลแนะแนวใหม่ร่วมกันนะครับ

หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส

14  กันยายน  2557