แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังแนะแนวส่วนตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังแนะแนวส่วนตัว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

ไก่แจ้ สัตว์พื้นเมืองของไทย (โชว์ภาพไก่แจ้ของผม)

โชว์ภาพไก่แจ้ของผมเมื่อวันวาน : สัตว์พื้นเมืองของไทยที่น่ารัก




ไก่แจ้  สัตว์พื้นเมืองของไทย  มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองอีกหนึ่งสายพันธุ์ของบ้านเราที่ได้รับความนิยมในการเลี้ยงเพื่อความบันเทิง  เพลิดเพลินใจ 
หลังจากที่ผมได้ห่างหายจากการเลี้ยงไก่แจ้มาหลายปี 
สมัยเด็ก ๆ แม่ให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวแรกคือไก่แจ้นี้แหละที่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ผมรัก และทำให้ผมไม่กินเนื้อไก่มาจนถึงทุกวันนี้  เลยย้อนรอยภาพเก่า ๆ ได้ 1 ภาพคือเจ้าไก่แจ้ตัวเมียที่เลี้ยงไว้เมื่อประมาณ  10  กว่าปีที่แล้ว เสียดายไม่มีโอกาสถ่ายรูปไก่แจ้ตัวโปรดเมื่อ 20 กว่าปีตอนสมัยเด็กตัวนั้นสวยสุด ๆ  นับว่ายังเก็บอยู่ในความทรงจำเสมอนะน้องแจ้...

เก็บภาพในความทรงจำของตนเองมาแบ่งปันกันชม 
(ภาพไม่ชัดเพราะต้นฉบับหายไป เหลือแต่ภาพกระดาษที่ปริ้นติดบอร์ดไว้)

ซึ่งหลังจากนี้ผมจะเริ่มกลับมาเลี้ยงไก่แจ้และพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้อีกครั้ง 
เร็ว ๆ นี้คงได้พบกับเจ้าไก่แจ้ตัวใหม่ของผม  จะพยายามนำภาพมาฝากผู้สนใจได้เพลิดเพลินกับการดูไก่แจ้ร่วมกันนะครับ

ผู้เขียน 
พยัคฆ์กูรู

วันที่เขียน

11/09/2556

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ศิลปะการต่อสู้

การต่อสู้หรือศิลปะการป้องกันตัว เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนยุคปัจจุบัน

เนื่องจากภัยสังคมในยุคปัจจุบันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

การรู้จักวิธีการป้องกันตัว เป็นการช่วยให้เราสามารถเอาตัวรอด

จากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

ซึ่งสำหรับการเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัว มีหลายแขนง

หลายสาขาวิชา ซึ่งทุกเพศทุกวัย มีทางเลือกฝึกหลายรูปแบบ

เช่น มวยไทยศิลปะการป้องกันตัวของไทย

เทควันโด อาคิโด ยูโด กังฟู ไทเก็ก ปัญจะสีลัต และอื่น ๆ อีกมากมาย

การเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัว จึงน่าสนใจ

และควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้

เพื่อเอาตัวรอดในสังคม

สำหรับทั้งเพศหญิงและเพศชาย

ทุก ๆ เพศล้วนเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ หากมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันตัวแล้ว

เราจะสามารถเอาตัวรอดกับภัยต่าง ๆ ได้พอสมควร

สำหรับเรื่องราวของศิลปะการป้องกันตัว

ผู้จัดทำได้เรียบเรียงไว้โดยแบ่งเป็นตอน ๆ ดังนี้

มวยไทย

ฟ้อนเจิง

กระบี่กะบอง

อาคิโด

ยูโด

กังฟู

ไทเก็ก

ปัญจะสีลัต

มวยปล้ำ

เป็นต้น

น้อง ๆ หรือผู้สนใจสามารถเลือกอ่านตามความสนใจได้

วิธีคลายเครียดสารพัดรูปแบบ

วิธีคลายเครียดสารพัดรูปแบบ

การบริหารความเครียด มีวิธีหลายรูปแบบให้เลือกใช้

ซึ่งแต่ละแบบมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป

เราจึงควรเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับตนเอง

สำหรับความเครียดแล้ว เป็นเรื่องปกติในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน

ต้องพบเจออุปสรรคมาหมาย เป็นสาเหตุของความเครียด

ในระดับอายุน้อย ๆ ความเครียดส่วนใหญ่มาจากเพื่อน การเรียน และครอบครัวบ้าง

ในอายุวัยทำงาน ความเครียดส่วนใหญ่เกิดจากความรัก การทำงาน เรื่องส่วนตัวต่าง ๆ นา ๆ

ในวัยสูงอายุ ความเครียดส่วนใหญ่เกิดจากการคิดมาก ความกังวล และปัญหาต่าง ๆ ที่บั่นทอนสุขภาพ

การหาวิธีระบายความเครียดด้วยเทคนิคต่าง ๆ จึงมีให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์

และช่วงวัย ซึ่งในที่นี้ ได้เสนอไว้ 5 ทางเลือก คือ

การคลายความเครียดด้วยการทำกิจกรรม

การคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกาย

การคลายความเครียดด้วยการพักผ่อน

การคลายความเครียดด้วยการทำสมาธิ

การคลายความเครียดด้วยการปรึกษาแพทย์

การคลายความเครียดด้วยการทำกิจกรรม

เป็นการทำให้สภาพจิตใจรูปสึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดที่เกิดจากความคิด การทำกิจกรรมสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การกวาดบ้านถูบ้าน การรดน้ำต้นไม้

การเดินเล่น การเล่นเกมส์ การจัดกิจกรรมภายในบ้าน เป็นวิธีลดความเครียดในระดับหนึ่ง เหมาะสมสำหรับระดับความเครียดน้อยถึงปานกลาง

การทำกิจกรรมถือเป็นการทำให้ความคิดของเราถูกเปลี่ยนไป โดยให้ความสนใจสิ่งอื่น ๆ แทนที่จะไปจดจ่ออยู่กับคามเครียดนั้น ๆ ช่วยลดความเครียดได้ในระดับหนึ่ง

การคลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย

เป็นลักษณะการคลายเครียดที่เหมาะสำหรับวัยทำงาน เมื่อเราทำงานมาก ๆ สมองล้าและทำงานหนัก การผ่อนคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น การออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับการคลายเครียด เช่น การว่ายน้ำ การวิ่ง การเล่นฟิตเนต การเล่นทำโยคะ และอื่น ๆ เป็นต้น

วิธีคลายเครียดด้วยการออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้น การออกกำลังทำให้สารเคมีต่าง ๆ ในร่างกายทำงานเป็นปกติ ความเครียดที่ถูกสะสมจะลดลง จึงทำให้อาการเครียดลดลงได้มาก

ช่วยลดความเครียดระดับน้อยถึงระดับกลาง

การคลายความเครียดด้วยการพักผ่อน

เป็นวิธีที่ดีมาก เนื่องจากเมื่อเราเครียดมาก ๆ หากร่างกายได้พักผ่อน จะทำให้สมองรู้สึกสดชื่นขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วการคลายเครียดด้วยวิธีทำได้ยากสำหรับคนเครียดมาก ซึ่งมีเทคนิคที่น่าจะใช้ได้ผลคือ การสะกดจิตตัวเอง โดยให้จัดสรรที่นอนที่สบาย แล้วหลับตา สั่งสมองให้กำหนดจิตไปที่แขนขา ท่องในใจว่า จงผ่อนคลาย ๆๆๆๆๆ พูดในใจซ้ำ ๆ หากร่างกายส่วนไหนรู้สึกตึง ๆ ให้เรากำหนดจิตสั่งการให้ผ่อนคลาย ๆ นึกไปเรื่อย จนมาถึงตรงใบหน้า และหัวคิ้ว ให้ทำให้ใบหน้าผ่อนคลายด้วยการสะกดจิตตัวเองเช่นกัน สั่งว่า ให้ผ่อนคลาย ๆๆๆ สักพักจะทำให้เราหลับไปเอง

สำหรับวิธีนี้ลองฝึกดูบ่อยๆ เป็นประจำ จะทำให้เราหลับง่าย

การที่ร่างกายได้พักผ่อน ถือว่าเป็นการทำให้จิตใจเราผ่อนคลายไปด้วย ความเครียดก็ลดลงตามลำดับ

การคลายความเครียดด้วยการทำสมาธิ

เป็นวิธีทำเหมาะสม ให้ผสมผสานระหว่างการเจริญสติแบบพุทธ ช่วยให้เรารู้สึกสบายใจมากขึ้น ควบคุมระดับความเครียดได้ดี หากฝึกบ่อยๆ ฝึกเป็นประจำ ความเครียดที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ และธรรมดา ถือว่าเป็นการลดความเครียดที่ต้นเหตุ

ลดความเครียดระดับน้อย ถึงมากที่สุด

การคลายความเครียดด้วยการปรึกษาแพทย์

เป็นอีกวิธีที่ควรปฏิบัติ บ้างครั้งความเครียดของเราที่มีมากเกินไปส่งผลสู่สภาพจิตใจที่ย้ำแย่ เป็นโรคอาการทางประสาท ทำให้ร่างกายและจิตใจผิดปกติไป การพบแพทย์ถือว่าเป็นวิธีที่เหมาะสม ควรทั่วไปมักจะไม่กล้าและอาย กลัวคนอื่นมองว่าบ้า ที่จริงตามหลักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาเรื่องความเครียดเป็นเรื่องปกติ เพราะคนส่วนใหญ่เจอกับสถานการณ์ต่างๆ ที่กระทบจิตใจ ทำให้เกิดความกังวล การได้ระบายออกมาจะช่วยให้เราสบายใจมากขึ้น ปัญหาบางอย่างหากสะสมไว้มากเกินไป ไม่ได้ระบายออกมาส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจ การมาพบแพทย์เป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ต้องอายเพราะเป็นเรื่องธรรมดา อีกทั้งท่านจะได้คำปรึกษาที่ดีจากคุณหมอ

ลดความเครียดได้ระดับน้อยถึงมากที่สุด

การคลายเครียดด้วยวิธีการที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงแนวทางบางส่วน ซึ่งวิธีคลายเครียดมีมากมาย

เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับตนเอง เพื่อสุขภาพจิตที่ดี

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการลดความอ้วน ตอนออกกำลังกายหลายรูปแบบ

เทคนิคการลดความอ้วน ตอนออกกำลังกายหลายรูปแบบ

ความอ้วนเกิดจากพฤติกรรมการกิน

และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ

หลาย ๆ คน มักจะอ้างเหตุผลไม่มีเวลา

จึงละเลยการออกกำลังกาย

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการมีสุขภาพย้ำแย่

ร่างกายไม่แข็งแรง

การออกกำลังกายเป็นประจำจึงมีส่วนลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอ้วน

ซึ่งวิธีการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องยาก

มีให้เลือกตามความสนใจ ด้วยวิธีการต่าง ๆ

อาจทำให้คุณมีนิสัยรักการออกกำลังกายมากขึ้น

การออกกำลังกาย สามารถออกได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับผู้ที่อ้างเหตุผลไม่มีเวลา ผมมีวิธีการออกกำลังกายแบบสะสม

นำเสนอให้ลองนำไปปฏิบัติ

วิธีการออกกำลังกายแบบสะสม สามารถทำได้ทั้งวัน

ด้วยวิธีการยกแข้งยกขาขยับไปมาเป็นเวลา 5 นาที ทุก ๆชั่วโมง หรือครึ่งชั่วโมง

เหวี่ยงแขน ให้ร่างกายไปมาเป็นจังหวะ

หรือในชั่วโมงพักเที่ยง ใช้วิธีเดินขึ้นลงบันไดและออกกำลังกายไปด้วย

ถือว่าเป็นวิธีสะสมการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เหมือนกับเราออกกำลังกายปกติ

และอีกแบบคือวิธีออกกำลังกายแบบเต้นตามจังหวะ

วิธีสนุกสนานดี ถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดไปในตัว

การเต้นสามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ระยะเริ่มต้นควรวอร์มร่างกายก่อน

เพื่อลดอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

การเต้นไม่จำกัดที่ท่าใดท่าหนึ่ง สามารถออกได้ตามสะดวก

แต่ควรให้ร่างกายได้ออกกำลังทุกส่วน

การออกควรออกประมาณวันละ 30 – 60 นาที ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี

และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ น้ำหนักก็จะลดตามไปด้วย สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น

อีกวิธีคือ การออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา

การเล่นกีฬาถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากอีกวิธี

เช่นการเล่นฟุตบอล การเล่นเทนนิส การเล่นตระกร้อ การว่ายน้ำ ฯลฯ

ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดี

การเล่นกีฬาจึงเป็นอีกวิธีที่นิยมมากในการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพ

เลือกกีฬาตามความสนใจชนิดใดก็ได้ เล่นอย่างสม่ำเสมอ

เท่านี้คุณก็เป็นอีกคนที่สุขภาพดี

โรคภัยไม่ถามหา อีกต่อไป

เทคนิคการลดความอ้วน ตอนสร้างโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก

เทคนิคการลดความอ้วน ตอนสร้างโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก

การลดความอ้วนและการควบคุมน้ำหนักให้ได้ผล

จะต้องประกอบไปด้วยหลาย ๆ ส่วนที่เป็นปัจจัยในการคุมน้ำหนักตัว

และกำหลดเป้าหมายในการควบคุมน้ำหนัก แต่ละสัปดาห์

ต้องการลดหรือความคุมน้ำหนักในระดับใด

กำหนดพฤติกรรมการกินอาหาร

กำหนดระยะเวลาในการออกกำลังกายแต่ละวัน

ฉะนั้นการสร้างโปรแกรมควบคุมน้ำหนักจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ได้จริง

ช่วยให้เราสามารถทบทวนพฤติกรรมที่ผลต่อน้ำหนักตัวได้ด้วยตนเอง

ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน

วิธีการสร้างโปรแกรมควบคุมน้ำหนักไม่ยาก

มีอุปกรณ์ คือ กระดาษ กับปากกา

โดยเริ่มตีตารางลงบนกระดาษ เขียนหัวข้อที่ต้องการกำหนด

เริ่มจาก

วันเดือนปี...........เป็นตารางแถวแรก

มื้ออาหาร............เป็นตารางแถวต่อมา เพื่อเขียนบันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหารแต่ละมื้อ แบ่งตารางย่อยออกเป็น 4 ตารางในตารางมื้ออาหาร คือ อาหารเช้า อาหารกลางวัน อาหารเย็น และอาหารพิเศษ

การออกกำลังกาย...เป็นตารางที่ 3 เพื่อใช้บันทึกเวลาออกกำลังกายแต่ละวัน วิธีการออกกำลังกายต่าง ๆ

ความดันโลหิต.......เป็นตารางที่ 4 เพื่อบันทึกอัตราความดันโลหิตแต่ละวัน

การเต้นของหัวใจ..เป็นตารางที่ 5 เพื่อวัดการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่

น้ำหนักตัว.............เป็นตารางที่ 6 เพื่อวัดน้ำหนักแต่ละวันว่าขึ้นลงมากน้อยเพียงใด

หมายเหตุ..............เป็นตารางที่ 7 สำหรับบันทึกเรื่องราวที่เป็นอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หรืออาการต่าง ๆ ที่มีผลต่อร่างกาย

เท่านี้เราก็จะได้ตารางโปรแกรมควบคุมน้ำหนัก

ใช้วิธีพิมพ์แล้วนำไปถ่ายเอกสารก็ได้เพื่อความสะดวก

และเพื่อการมีสุขภาพดี

ที่เหลือคือการลงมือปฏิบัติตามโปรแกรมที่กำหนด

โดยจดบันทึกเป็นประจำ

และค่อยตรวจสอบบ่อย ๆ

วิเคราะห์เหตุผลที่เป็นปัจจัยทำให้น้ำหนักขึ้น

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละน้อย

ตามโปรแกรมที่เราเป็นผู้กำหนด

แล้วความอ้วนจะลาจากท่านไป

โรคภัยก็หาย สุขภาพดีมีสุขถ้วนหน้า

รักตนเองด้วยการใส่ใจสุขภาพ เพื่อชีวิตที่ยืนยาว