แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังแนะแนว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังแนะแนว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568

การเริ่มต้นการพัฒนาตนเอง

 การพัฒนาตนเองเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน การพัฒนาตนเองไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีความสามารถและทักษะที่ดีขึ้น แต่ยังส่งเสริมความมั่นใจในตนเองและความสุขในชีวิตด้วย

1. การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

การเริ่มต้นพัฒนาตนเองต้องมาพร้อมกับเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้นหรือระยะยาว เป้าหมายที่ดีควรเป็นไปได้จริง วัดผลได้ และมีกรอบเวลาที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือพัฒนาตนเองอย่างน้อย 10 นาทีต่อวัน หรือการพัฒนาทักษะการพูดในที่สาธารณะภายใน 6 เดือน

2. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ

ความรู้และทักษะใหม่ ๆ เป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาตนเอง คุณสามารถเรียนรู้ได้จากหนังสือ บทความ คอร์สออนไลน์ หรือแม้แต่การพูดคุยกับผู้มีประสบการณ์ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณพัฒนาความสามารถได้อย่างต่อเนื่อง

3. การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาตนเองต้องใช้เวลา ดังนั้นการบริหารเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดตารางเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราสามารถทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่งและให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิต

4. การพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์

นอกจากการพัฒนาทักษะแล้ว การดูแลสุขภาพจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน การฝึกสติ การทำสมาธิ หรือการใช้เวลาผ่อนคลายกับสิ่งที่ชอบ จะช่วยให้เรามีความสมดุลทางอารมณ์ ลดความเครียด และมีพลังในการพัฒนาตนเองต่อไป

5. การลงมือทำและปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาตนเองไม่ใช่แค่การเรียนรู้ แต่ต้องมีการลงมือทำจริง เมื่อเราเริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง ควรหมั่นประเมินผลและปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ การเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา ทำให้เรามีความเข้มแข็งและก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง

6. การสร้างเครือข่ายและรับคำแนะนำจากผู้อื่น

การมีเพื่อนหรือที่ปรึกษาที่คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญ เราสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น และนำมาปรับใช้กับเส้นทางของตนเองได้ นอกจากนี้ การเข้าร่วมกลุ่มที่มีเป้าหมายเดียวกันสามารถช่วยให้เรามีแรงจูงใจมากขึ้น

สรุป

การพัฒนาตนเองเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ความตั้งใจ และความพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมาย การเรียนรู้ การบริหารเวลา การดูแลสุขภาพจิตใจ การลงมือทำ หรือการสร้างเครือข่าย ทุกสิ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จและชีวิตที่ดีขึ้น หากเริ่มต้นวันนี้ แม้เพียงก้าวเล็ก ๆ ก็สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ประชาสัมพันธ์ : เปิดตัวช่องทางสื่อสารเครือข่ายนิวแนวดอทเน็ต “youtube วิถีเกษตร”


ประชาสัมพันธ์ : เปิดตัวช่องทางสื่อสารเครือข่ายนิวแนวดอทเน็ต “youtube วิถีเกษตร”

           เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงทางด้านข้อมูลและการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตได้เกิดช่องทางการสื่อสารหลายรูปแบบทั้งในการข้อมูลผ่านตัวอักษร  ภาพ  และวิดีโอเกิดขึ้นมากมาย  ทำให้ผู้คนเข้าถึงแหล่งข้อมูลง่ายขึ้นและสามารถเลือกรับรู้ตามความสนใจได้สะดวก  ซึ่งทางผู้จัดทำเว็บไซต์นิวแนวระยะหลังๆ มานี้ไม่มีเวลาเรียบเรียงบทความผ่านช่องทางเว็บไซต์ ทำให้ขาดการสื่อสารกับผู้สนใจไประยะหนึ่ง  เพราะผู้จัดทำได้ผันตัวมาทดลองทำเกษตรแบบพอเพียง  ดังนั้นจึงได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารในเครือข่ายเกี่ยวกับนิวแนวแยกออกมาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรมและการทดลองทำการเกษตร  เพื่อให้ผู้สนใจเว็บไซต์นิวแนวได้ติดตามและแลกเปลี่ยนรู้ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรผ่านช่อง “youtube ช่องวิถีเกษตร”  จึงฝากประชาสัมพันธ์สำหรับท่านผู้สนใจเข้าไปตามกันได้ที่https://www.youtube.com/channel/UC_v7eI1f8qQ3EzlPy3i7xwQ/featured
      




วันที่โพส
30/07/2562
ทีมงาน
นิวแนวดอทเน็ต

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การแนะแนวในทศวรรษหน้า

การแนะแนวในทศวรรษหน้า

แนะแนวสายพันธุ์ใหม่  เป็นอีกแนวทางสำหรับน้อง ๆ  ที่สนใจวิชาชีพการแนะแนว  เนื่องจากปัจจุบันบางมหาวิทยาลัยเปิดสาขาจิตวิทยาและการแนะแนว   สาขาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว ในกลุ่มของคณะครุศาสตร์  ศึกษาศาสตร์  สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว  ในกลุ่มของคณะมนุษย์  สังคมศาสตร์  ซึ่งทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงของการแนะแนวอย่างเด่นชัดขึ้น  แต่ไม่รู้ว่าปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับการแนะแนวในกลุ่มของคณะมนุษยศาสตร์  คณะสังคมศาสตร์  ไปถึงไหนแล้วและมีทิศทางอย่างไร   แต่สำหรับอนาคตอันใกล้จะถึงนี้การเปลี่ยนแปลงทางด้านการแนะแนวย่อมจะต้องเกิดขึ้นตามวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเทคโนโลยีอย่างแน่นอน  แนะแนวที่เกิดจากการต่อยอดแนะแนวเดิมย่อมจะส่งผลต่อแนวทางการสร้างบุคลากรที่ดีต่อการส่งเสริมและการพัฒนาสังคมโดยรวม   ซึ่งหากแยกส่วนแล้วน่าจะมีความเหมาะสมมากขึ้น  โดยแบ่งการแนะแนวส่วนของการศึกษากับสังคม 
***การศึกษา***
ในหน่วยงานสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  เป็นหน้าที่ของครูแนะแนวในการช่วยเหลือนักเรียน  นักศึกษา  ตามขอบข่าย  ภาระงาน และประเภทของการแนะแนวให้ทันสมัย  สมบูรณ์แบบ  ช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างเหมาะสม  จำเป็นที่การแนะแนวในกลุ่มของการศึกษาจะต้องจัดเตรียมความพร้อมและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ  ที่จะเกิดขึ้น  
***สังคม***
สำหรับการแนะแนวสังคม  เป็นการแนะแนวที่น่าจะมีทิศทางการเติบโตในอนาคตสูง  เนื่องจากความต้องการการแนะแนวมีรูปแบบที่กว้างมากขึ้น  มีขอบข่าย และกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย  จากสาเหตุที่สังคมเปลี่ยนไป  รูปแบบการแนะแนวที่ต้องตอบสนองต่อความต้องการคนย่อมต้องมีรูปแบบที่หลากหลายตามไปด้วย  เช่น  ภาระงานใหม่ ๆ  ในสายของการแนะแนวเพื่อสังคม  การให้คำปรึกษาสารพัด  การใช้เครื่องมือ  เทคโนโลยีใหม่ ๆ  ในการแนะแนว  ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นอยู่มากมาย รายการวิทยุ   ทีวี  อินเตอร์เน็ตที่มีผู้จัดทำรายการ  ดำเนินรายการคล้าย ๆ กับการแนะแนวชีวิต  แนะแนวเรื่องราวส่วนตัวและสังคม  และนับวันสื่อยุคเก่าพัฒนาใหม่ และสื่อยุคใหม่เหล่านี้จะมีอิทธิพลและมีบทบาทเกี่ยวกับแนะแนวมากขึ้น   สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของสังคมที่มีต่อการแนะแนวเพิ่มขึ้น  เพียงแต่ความต้องการเหล่านี้ยังขาดการตอบสนองจากคนแนะแนวในสายการแนะแนวเองที่ยังไม่สามารถใช้ช่องทางเหล่านี้ให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพของการแนะแนวได้  ในขนาดเดียวกันหน่วยงานการแนะแนวที่เกี่ยวข้องกับการแนะแนวของหน่วยงานราชการต่าง ๆ  ที่มีอยู่ ยังไม่ตอบสนองต่อการแนะแนวสังคมเท่าที่ควร  เพราะการทำงานเป็นระบบ  มีระเบียบแบบแผน  มีลักษณะเป็นทางการ  ทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาหรืออยากปรึกษาหารือในเรื่องต่าง ๆ  เลือกใช้ช่องทางการหาคำปรึกษา  การแนะแนว  การแนะนำ  จากแหล่งอื่น ๆ  แทนซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้ต้องการคำปรึกษาในระดับหนึ่ง
จากที่กล่าวมาสะท้อนให้เห็นว่าในยุคปัจจุบันผู้คนในสังคมเข้าถึงการสื่อสารได้อย่างงรวดเร็ว  การสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องราวปัญหาในชีวิต  การทำงานหรือเรื่องราวสารพัดที่ต้องการแนะแนว  คำแนะนำ  คำชี้แนะ หรือบางครั้งอยากระบายสิ่งต่าง ๆ ของผู้คนในสังคมมีมากขึ้น และนับวันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามสภาพสังคม  ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมองไปแล้วกับเป็นเรื่องดีสำหรับการแนะแนวที่ขยายวงกว้างขึ้น  งานแนะแนวยุคใหม่  จำเป็นต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคมให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้สังคมก้าวหน้าอย่างมีทิศทางด้วยคนแนะแนว   สถาบันทางการศึกษาจึงจำเป็นต้องสร้างบัณฑิตแนะแนวในสายที่เกี่ยวข้องกับสังคมให้มากขึ้น และมีแนวทางการดำเนินงาน  การขับเคลื่อนสังคมอย่างหลากหลายด้วยช่องทางการสื่อสารสารพัดวิธี 

หวังว่าแนวคิดและข้อแสนอนี้จะเป็นอีกแนวทางในการร่วมกันพัฒนาการแนะแนวให้กว้างไกลต่อไป    


ขอบคุณสำหรับผู้สนใจทุกท่าน 
ทุกท่านสามารถติ และนำเสนอแนวคิดการพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมได้ตามลิ้งค์นี้นะครับ 
หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส

2  มิถุนายน  2557

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

ปัญหาการขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน : สาเหตุของการเบื่องาน

สาเหตุของปัญหาการเบื่องาน

ปัญหาการขาดแรงบันดาลใจในการทำงานเป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนอาจมีประสบการณ์คล้าย ๆ กัน คือ  เมื่อทำงานผ่านไปช่วงระยะหนึ่ง ประมาณสักปีที่ 4 – 5  จะเริ่มรู้สึกเหนื่อย เบื่อกับสิ่งที่ทำ
นั้นเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่ามันจริงอย่างที่หลาย ๆ คนเคยบอกไว้ เพราะหลังจากที่ผมได้ทำงานมาช่วงระยะหนึ่งคือ 4 – 5 ปีมานี้ รู้สึกว่าตนเองขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน  ซึ่งเป็นงานที่เคยทำอยู่ทุก ๆ วัน  จู่ ๆ  ก็รู้สึกเบื่อ  ไม่มีแรงผลักดันในการทำงาน  อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น 
นั้นเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมากในการทำงาน คือ  การขาดพลังสร้างสรรค์ในงาน  เพราะงานที่ทำรู้สึกเบื่อ  ซ้ำซาก  และไม่สนุกกับงาน  หลังจากที่คิดวิเคราะห์ไตร่ตรองจากสาเหตุของการเบื่องาน พอสรุปตามความรู้สึกของตนเองพอสังเขป ดังนี้
1.  งานที่ทำเริ่มซ้ำซาก จำเจ
2.  ความเครียดจากการทำงานหรือจากการร่วมงานกับคนอื่น
3.  การหมดมุกหรือหมดไฟในการสร้างสรรค์งาน
4.  ความล้า
5.  ความต้องการการเปลี่ยนแปลง
6.  และอื่น ๆ

ซึ่งจากสาเหตุที่วิเคราะห์มานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ทำให้เกิดความเบื่องาน
วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีที่สุด คือ  หาเวลาพักสมองด้วยการพักผ่อน เติมพลัง หากิจกรรมที่ช่วยขจัดความเครียด เพื่อให้พลังในการทำงานกลับมาโดยเร็ว  แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกเช่นกันในการปรับสภาพอารมณ์ความรู้เบื่อต่องานที่ทำให้กับมามีไฟดังเดิม

สำหรับเรื่องราวที่เล่านี้เป็นเพียงผลการวิเคราะห์ประสบการณ์ความเบื่องานที่ทำ  ซึ่งผมกำลังประสบอยู่  ณ  ขณะนี้  หากผมสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและมีไฟกลับมาสร้างสรรค์งานที่ทำอยู่  วันหลังจะเขียนสรุปเป็นบทความมาฝากไว้  ณ เว็บแห่งนี้นะครับ

ผู้เขียน
พยัคฆ์กูรู

วันที่เขียน

วันที่  11  กันยายน  พ.ศ. 2556

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การแนะแนวที่ดี

การแนะแนวที่ดี 


การแนะแนวที่ดี  คือ  การอธิบายให้รู้ถึงข้อดีข้อเสียของสิ่งต่าง ๆ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อให้ผู้มารับการแนะแนวได้ฝึกการคิดและการตัดสินใจด้วยตนเอง  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแนะแนวที่เราต้องพึงระลึกเสมอว่าเราเป็นเพียงผู้บอกทางไม่ใช่ผู้นำทางให้เขาเดินไป  แต่การเลือกทางเดินนั้นเป็นเรื่องที่ผู้มาขอรับการแนะแนวเป็นผู้เลือกเอง  เพราะเขาเองจะต้องรู้ว่าตนเองจะเดินไปทางไหน
ในขณะที่เขายังไม่รู้ทางว่าจะไปทางไหน  ควรให้เขากลับมาทบทวนตนเอง  เพราะการฝึกคิดเป็นนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องฝึกฝนด้วยตนเอง  การแนะแนวที่ดีจึงควรสนับสนุนให้คนคิดเป็นด้วยตนเอง

ผู้เรียบเรียง
พยัคฆ์กูรู

วันที่เขียน

02/08/2556

ความหมายของการแนะแนว

การแนะแนว หมายถึง



พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ ดังนี้
การ คือ  งาน สิ่งหรือเรื่องที่จะทำ
แนะ  คือ  ชี้ทางหรือวิธีการ
แนว คือ  สิ่งที่มีลักษณะเป็นแถว

ฉะนั้นคำว่า  การแนะแนว  หมายถึง  ภาระงานในการการบอกให้รู้หรือให้แนวทางในการเลือกและตัดสินใจ


การแนะแนว  จึงเป็นคำเฉพาะสำหรับครูผู้ปฏิบัติหน้าที่แนะแนวต้องจัดการแนะแนว เพื่อบอกให้รู้หรือให้แนวทางเลือกเพื่อให้เด็กนักเรียนได้เลือกตัดสินใจด้วยตนเอง 
จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญนักแนะแนวที่จะยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยไม่ควรนำทัศนคติส่วนตัวมาตัดสินแทนนักเรียน  เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รู้และเลือกเอง
ถ้าหากใช้ทัศนคติส่วนตัวในการตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งแทนผู้อื่น ถือได้ว่าเป็นการแนะนำไม่ใช่การแนะแนว

ผู้เรียบเรียง
พยัคฆ์กูรู

วันที่เขียน

02/08/2556

ความหมายของแนะแนว

แนะแนว หมายถึง



พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ ดังนี้

แนะ  คือ  ชี้ทางหรือวิธีการ
แนว คือ  สิ่งที่มีลักษณะเป็นแถว

ฉะนั้นคำว่า แนะแนว   หมายถึง  การบอกให้รู้หรือให้แนวทางในการเลือกและตัดสินใจ 

ผู้เรียบเรียง
พยัคฆ์กูรู

วันที่เขียน

02/08/2556

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข้อคิดที่ได้จากงานสัมมนา“อัตลักษณ์ และสีสันท้องถิ่นในงานเขียนของนักเขียนภาคเหนือ


ข้อคิดที่ได้จากงานสัมมนา

สัมมนาในวาระครบ 40  ปี  สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  หัวข้อ  “อัตลักษณ์ และสีสันท้องถิ่นในงานเขียนของนักเขียนภาคเหนือ” เส้นทางสู่สากล  บนสายธารวรรณกรรมท้องถิ่น
จัดโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  ร่วมกับมหาวิทยาลัยพายัพ  โดยการสนับสนุนของบริษัทซีพีออลล์  และแอร์เอเชีย  วัน  ศุกร์ที่ 6  ก.ค. 2555 
โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆ  เช่น  ศ.ดร.  ประคองนิมมานเหมินท์
คุณมาลา  คำจันทร์  
รศ. สกุล  บุณยทัต 
อาจารย์อัคคภาค  เล้าจินตนาศรี
คุณกนกวลี   พจนปกรณ์
นายกสมาคมนักเขียน  คุณเจน  สงสมพันธุ์
ผศ. ลมูล  จันทน์หอม
รศ. สุพรรณ  ทองคล้อย
ผศ. วิลักษณ์  ศรีป่าซาง
คุณพินิจ  นิลรัตน์
คุณนรีภพ  สวัสดิรักษ์


จากการที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมฟังการสัมมนาครั้งนี้ทำให้ได้รับแง่คิดดี ๆ  หลายเรื่องเกี่ยวกับวรรณกรรมล้านนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งแต่เดิมวรรณกรรมล้านนาเป็นวรรณกรรมที่รับใช้พุทธศาสนา  ถ่ายทอดผ่านการบันทึกด้วยอักษรล้านนา  โดยในยุคสมัยก่อนนั้นการคัดลอกวรรณกรรมล้านนาถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง   จึงมักนิยมคัดลอกวรรณกรรมเพื่อถวายให้วัด และการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ โดยใช้ศาสนาเป็นสื่อกลางในการรับรู้เรื่องราว เนื่องจากคนในยุคก่อนมีผู้รู้หนังสือน้อย การเทศนาธรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนาจึงเป็นการได้รู้ได้ฟังเรื่องราวซึ่งมีพระภิกษุเป็นผู้สวดบรรยายเรื่องราวตามวรรณกรรม  ทำให้ผู้คนเข้าวัดฟังธรรมมีความชื่นชอบการฟังธรรมตามเรื่องราวที่เทศนา  เช่น  ธรรมมหาชาติเวสสันดรชาดก  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาติที่ 10 ของพระพุทธเจ้า  เป็นต้น 
อีกทั้งวรรณกรรมล้านนาพื้นบ้านในลักษณะของค่าว จ๊อย ซอ  วรรณกรรมมุขปาฐะ  ที่เป็นเอกลักษณ์ของล้านนา  บางครั้งมีลักษณะสองแง่สองง่าม

นับว่าล้านนามีเอกลักษณ์ทางด้านวรรณกรรมเฉพาะหลายอย่างที่ควรค่าแก่การถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือให้ผู้คนจากต่างถิ่นได้รับรู้ เรื่องราวต่าง ๆ  ซึ่งนักเขียนที่เป็นคนเหนือรุ่นใหม่ยังมีน้อย  การร่วมกันสืบสานผ่านการเขียนวรรณกรรมเกี่ยวกับท้องถิ่นของตนในรูปแบบเรื่องราวผูกโยงกับวัฒนธรรมประเพณีนับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะร่วมกันถ่ายทอดให้สาธารณะชนได้รับรู้เกี่ยวกับความเป็นล้านนาที่ผู้คนขาดความสนใจละเลย หรือยังไม่ได้บันทึกไว้

แนวคิดดี ๆ เกี่ยวกับการเขียนวรรณกรรมจากงานสัมมนา
*การเขียนแบบอ่านจากบันทึก  ใบลาน  หรือเอกสาร แล้วนำมาเล่าใหม่
*การเขียนจากเรื่องราวตามท้องถิ่นที่ตนอาศัย
*การเขียนจากคำบอกเล่า  ของคนรุ่นก่อน
*เขียนจากประสบการณ์

องค์ประกอบที่สำคัญของวรรณกรรมสากล
*โครงสร้างสังคม
*ความเชื่อ ความศรัทธา
*การดำเนินชีวิต

งานเขียนที่ดี
สื่ออารมณ์ได้ดี 
สะเทือนความรู้สึก
กระตุ้นความคิด
ประเทืองปัญญา

วันที่เขียน
09/07/2555

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามความคาดหวังของงานแนะแนว


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามความคาดหวังของงานแนะแนว

1.  รู้จักตนเองและพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
2. ภูมิใจ มั่นใจในตนเองและกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม
3. มีบุคลิกภาพที่ดี พึ่งตนเองได้
4. มีกิริยามารยาท แต่งกายและใช้คำพูดได้ถูกต้องตามกาลเทศะ
5. มีความมั่นคงทางอารมณ์
6. ทันโลก ทันเหตุการณ์และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่าง เหมาะสม
7. เห็นภาพงานและสามารถทำงานตามลำดับขั้นตอนได้อย่างคล่องแคล่ว ถูกต้อง มีคุณภาพ
8. มีความขยัน อดทน ละเอียดรอบคอบในการทำงาน สามารถ  ประเมินปรับปรุงวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
10.ทำงานอย่างมีความสุขและภูมิใจในผลงานของตนเอง  เห็น คุณค่าในสัมมาชีพ สามารถทำงานเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

คุณลักษณะของนักแนะแนว


คุณลักษณะของนักแนะแนว

1. มีคุณธรรม ความสุจริตและจริงใจ
2. รักษาความลับได้
3. ไม่ตัดสินปัญหาให้แก่ผู้มาขอรับบริการโดยใช้มาตรการของตนเองเป็นเกณฑ์
4. ให้การยอมรับนับถือในฐานะบุคคลของผู้มาขอรับบริการ
5. มีศรัทธาและเต็มใจในวิชาชีพของตน
6. เป็นผู้ที่มีน้ำใจรักงานที่ทำจริง ๆ คือสนใจ ชอบงานแนะแนวเป็นชีวิตจิตใจและมีความรับผิดชอบสูงในหน้าที่
7. เป็นผู้ที่หมั่นศึกษาหาความรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตอยู่เสมอ
8. เป็นผู้ที่มีความสามารถตระหนักในความเด่นและความด้อยของตนเอง พร้อมทั้งรู้แหล่งที่จะส่งผู้ขอรับบริการต่อไป เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยเหลือและบำบัดอันเป็นไปตามกระบวนการและหลักวิชา
9. ไม่หลอกลวงหรือแสวงหาประโยชน์แก่ตนเอง
10. เป็นผู้ที่หมั่นตรวจสอบตนเองอยู่เสมอ ในการปฏิบัติหน้าที่บริการ พิจารณาผลงานที่ตนทำอย่างเที่ยงตรงรอบคอบปราศจากอคติว่าควรปรับปรุงตนเองในด้านใดบ้าง พร้อมทั้งยินดีรับฟังผู้อื่นและเมื่อนำมาไตร่ตรองด้วยปัญญาแล้ว พยายามปรับตัวให้มีประสิทธิภาพในงานอาชีพมากยิ่งขึ้น

(สมาคมแนะแนวแห่งประเทศไทย)

จรรยาบรรณของนักแนะแนว


จรรยาบรรณของนักแนะแนว

1. ต้องรักษาความลับและรักษาประโยชน์ของผู้รับบริการ
2. ต้องมีศรัทธาต่องานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์รับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างเคร่งครัดและมีวิจารณญาณอันดี
3. ต้องให้บริการในขอบเขตความสามารถของตนไม่หลอกลวงผู้มารับบริการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
4. ต้องประพฤติตนอยู่ในขอบข่ายศีลธรรมอันดีงาม  เป็นผู้ทรงคุณธรรม  มีความเมตตาการุณย์แก่ผู้มารับบริการ
5. ต้องยึดมั่นในหลักวิชาชีพ เคารพสิทธิของผู้มารับบริการและไม่มีอคติในการให้บริการ

   สุโท  เจริญสุข

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ความสำคัญของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว


ความสำคัญของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว

แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวมีความสำคัญหลายประการด้วยกัน ซึ่งสามารถอธิบายได้ ดังนี้

1. ช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมแนะแนวพัฒนาการจัดกิจกรรมแนะแนวให้มีความหลากหลายเหมาะสมกับสภาพผู้เรียน

2. ช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมแนะแนวมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมแนะแนวอย่างมีประสิทธิภาพ

3. ช่วยให้สามารถกำหนดเนื้อหากิจกรรมแนะแนวที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีขั้นตอน

4. ช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมแนะแนวสามารถทบทวนข้อบกพร่องของการจัดกิจกรรมได้

5. ช่วยส่งเสริมให้ผู้จัดกิจกรรมแนะแนวฝึกวางแผนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ

6. ช่วยให้ผู้จัดกิจกรรมแนะแนวมีความมั่นใจในการจัดกิจกรรมมากขึ้น

7. เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมแนะแนว


นามปากกา

พยัคฆ์กูรู

วันเขียน

28/11/2554

ความหมายของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว

ความหมายของแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว

แผนการจัดกิจกรรมแนะแนว หมายถึง แนวทางการดำเนินกิจกรรมแนะแนวที่มีขอบข่ายครอบคลุม การแนะแนวด้านอาชีพ ด้านการศึกษา ด้านส่วนตัวและสังคม หรือนอกเหนือจากนี้ตามความต้องการของผู้จัดทำเพื่อให้การจัดกิจกรรมมีทิศทางตามที่กำหนดไว้ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามขั้นตอนกระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพ

นามปากกา

พยัคฆ์กูรู

วันเขียน

28/11/2554