แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังความรู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คลังความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568

การเริ่มต้นการพัฒนาตนเอง

 การพัฒนาตนเองเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน การพัฒนาตนเองไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีความสามารถและทักษะที่ดีขึ้น แต่ยังส่งเสริมความมั่นใจในตนเองและความสุขในชีวิตด้วย

1. การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

การเริ่มต้นพัฒนาตนเองต้องมาพร้อมกับเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้นหรือระยะยาว เป้าหมายที่ดีควรเป็นไปได้จริง วัดผลได้ และมีกรอบเวลาที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือพัฒนาตนเองอย่างน้อย 10 นาทีต่อวัน หรือการพัฒนาทักษะการพูดในที่สาธารณะภายใน 6 เดือน

2. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ

ความรู้และทักษะใหม่ ๆ เป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาตนเอง คุณสามารถเรียนรู้ได้จากหนังสือ บทความ คอร์สออนไลน์ หรือแม้แต่การพูดคุยกับผู้มีประสบการณ์ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณพัฒนาความสามารถได้อย่างต่อเนื่อง

3. การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาตนเองต้องใช้เวลา ดังนั้นการบริหารเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดตารางเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราสามารถทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ ควรหลีกเลี่ยงการผัดวันประกันพรุ่งและให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิต

4. การพัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์

นอกจากการพัฒนาทักษะแล้ว การดูแลสุขภาพจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน การฝึกสติ การทำสมาธิ หรือการใช้เวลาผ่อนคลายกับสิ่งที่ชอบ จะช่วยให้เรามีความสมดุลทางอารมณ์ ลดความเครียด และมีพลังในการพัฒนาตนเองต่อไป

5. การลงมือทำและปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาตนเองไม่ใช่แค่การเรียนรู้ แต่ต้องมีการลงมือทำจริง เมื่อเราเริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง ควรหมั่นประเมินผลและปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ การเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา ทำให้เรามีความเข้มแข็งและก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง

6. การสร้างเครือข่ายและรับคำแนะนำจากผู้อื่น

การมีเพื่อนหรือที่ปรึกษาที่คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญ เราสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น และนำมาปรับใช้กับเส้นทางของตนเองได้ นอกจากนี้ การเข้าร่วมกลุ่มที่มีเป้าหมายเดียวกันสามารถช่วยให้เรามีแรงจูงใจมากขึ้น

สรุป

การพัฒนาตนเองเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ความตั้งใจ และความพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมาย การเรียนรู้ การบริหารเวลา การดูแลสุขภาพจิตใจ การลงมือทำ หรือการสร้างเครือข่าย ทุกสิ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จและชีวิตที่ดีขึ้น หากเริ่มต้นวันนี้ แม้เพียงก้าวเล็ก ๆ ก็สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตได้

พื้นฐานของการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning)

 การเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้บุคคลสามารถพัฒนาความรู้และทักษะได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถขยายขอบเขตความรู้ คิดวิเคราะห์ และปรับตัวเข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


1. ความหมายและความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

1.1 ความหมายของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

การเรียนรู้ด้วยตนเองหมายถึงกระบวนการที่บุคคลเรียนรู้และพัฒนาความรู้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยแหล่งข้อมูลต่าง ๆ และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้สอนเป็นหลัก

1.2 ความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

  • ช่วยให้บุคคลสามารถปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา

  • เพิ่มโอกาสทางอาชีพและการเติบโตในสายงาน

  • ลดข้อจำกัดของระบบการศึกษาแบบเดิม

  • สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา


2. องค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

2.1 เป้าหมายและแผนการเรียนรู้

การตั้งเป้าหมายเป็นขั้นตอนแรกของการเรียนรู้ ควรเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และมีกรอบเวลาที่เหมาะสม เช่น
✅ เรียนรู้การเขียนโปรแกรมภายใน 6 เดือน
✅ พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษใน 3 เดือน

แผนการเรียนรู้ช่วยให้มีโครงสร้างชัดเจน เช่น

  • ศึกษาทฤษฎีเบื้องต้น

  • ฝึกปฏิบัติและทำแบบฝึกหัด

  • นำไปใช้จริงและประเมินผล

2.2 แหล่งข้อมูลและเครื่องมือช่วยเรียนรู้

การเลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญ เช่น
📚 หนังสือและบทความ – แหล่งข้อมูลที่เป็นระบบ
🎓 คอร์สเรียนออนไลน์ – Udemy, Coursera, edX
📺 วิดีโอสอน – YouTube, Skillshare
🤖 AI และ Chatbot – ChatGPT, Perplexity
📑 เครื่องมือจดบันทึก – Notion, OneNote

2.3 วิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

🧠 Active Learning – เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
🗣 Social Learning – แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น
📝 Self-Reflection – ทบทวนและสรุปสิ่งที่เรียนรู้
🔄 Spaced Repetition – ทบทวนเป็นระยะ


3. เทคนิคและกลยุทธ์ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

3.1 การบริหารเวลาและสร้างวินัย

  • จัดสรรเวลาเรียนให้เหมาะสม เช่น วันละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

  • ใช้เทคนิค Pomodoro (เรียน 25 นาที พัก 5 นาที)

  • กำหนดเป้าหมายระยะสั้นและตรวจสอบความคืบหน้า

3.2 การฝึกฝนและทดลองปฏิบัติจริง

  • ถ้าศึกษาการเขียนโปรแกรม ให้ลองเขียนโค้ดจริง

  • ถ้าฝึกภาษา ให้พูดหรือเขียนเป็นประจำ

  • ถ้าเรียนรู้การทำธุรกิจ ให้ลองทำโปรเจ็กต์ทดลอง

3.3 การประเมินผลและปรับปรุง

  • สะท้อนผลการเรียนรู้เป็นระยะ

  • ใช้ Feedback จากผู้อื่นช่วยประเมิน

  • ปรับปรุงแนวทางการเรียนรู้ตามจุดอ่อน


4. อุปสรรคในการเรียนรู้ด้วยตนเองและวิธีแก้ไข

อุปสรรควิธีแก้ไข
ขาดแรงจูงใจกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและให้รางวัลตัวเอง
ไม่มีเวลาจัดลำดับความสำคัญ และใช้เทคนิคบริหารเวลา
ไม่มีแหล่งข้อมูลที่ดีค้นคว้าจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และถามผู้มีประสบการณ์
ขาดการฝึกฝนลงมือทำจริง และใช้เทคนิค Active Learning

5. การสร้างชุมชนและเครือข่ายการเรียนรู้

🤝 เข้าร่วมกลุ่มที่สนใจเรื่องเดียวกัน เช่น

  • ฟอรัมออนไลน์ (Reddit, Stack Overflow)

  • กลุ่ม Facebook หรือ Discord

  • เข้าร่วมเวิร์กชอปหรือสัมมนา

📢 แบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้

  • เขียนบล็อกหรือโพสต์บทความ

  • ทำวิดีโอหรือพอดแคสต์สอนคนอื่น

  • สร้างโครงการหรือชุมชนของตัวเอง


6. บทสรุป

การเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คนที่สามารถเรียนรู้ได้เองจะมีความสามารถในการปรับตัวและเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ไก่ต๊อก

ไก่ต๊อก

สัตว์เลี้ยงแสนซน



ไก่ต๊อกเป็นสัตว์ปีกสายพันธุ์ต่างประเทศอีกชนิดที่นิยมนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย  เนื่องจากเป็นสัตว์ปีกที่ทนต่อสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ดี  และมีภูมิต้านทานต่อโรคได้ดี  ไก่ต๊อกจึงเป็นทั้งสัตว์เลี้ยงสวยงาม และเลี้ยงไว้เพื่อบริโภค  เนื่องจากไก่ต๊อกออกไข่แต่ละรอบทีละหลายสิบฟอง  ซึ่งเยอะกว่าไก่ทั่วไป  
ดังนั้นงานทดลองและวิจัยในเรื่องไก่ต๊อกเพื่อยกระดับการเลี้ยงให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิด  จึงทำให้มีผู้ศึกษาในเรื่องของไก่ต๊อกหลายๆ  คน  ในอนาคตคาดว่าไก่ต๊อกน่าจะกว้างเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำเกษตรแบบพึงพา  เพราะตามธรรมชาติของไก่ต๊อกชอบกินหญ้าซึ่งเป็นผลดีอย่างมากในการเลี้ยงเพื่อกำจัดวัชพืชในสวนได้ดี

หวังว่าน้อง ๆ และท่านผู้สนใจจะได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยตามความต้องการ


หากมีข้อผิดพลาดประการใด  สามารถส่งข้อติ ชม หรือร่วมเป็นชุมชนเดียวกันได้ที่
หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส

ทีมงานนิวแนวดอทเน็ต

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เปิดโลกอาชีพอิสระ ปี 2560

เปิดโลกอาชีพอิสระ  ปี 2560

ณ  พ.ศ.  นี้  การเปลี่ยนแปลงทางด้านอาชีพเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนหลายๆ  ส่วนอยากมีกิจการเป็นของตนเอง  อยากมีอาชีพที่ไม่ต้องทำงานประจำ  แต่สามารถมีเงินเยอะๆ  เก็บออม  ท่องเที่ยว ได้อย่างสบายๆ   ผู้คนรุ่นใหม่จึงมักจะหาหลู่ทางในการหาอาชีพที่ทำงานแบบไม่ซ้ำซากจำเจ  มีเวลาพักผ่อน  ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึงง่ายทำให้เกิดช่องทางสร้างอาชีพได้หลากหลายมากขึ้น  หลายคนผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์  ขายสินค้าสารพัดรูปแบบ  ทั้งสิ่งมีชีวิต  สิ่งของ  งานฝีมือ  ของกิน ฯลฯ
และอีกบางส่วนก็เดินเส้นทางสานต่ออาชีพเกษตรกรรมในลักษณะของผู้ประกอบการทางการเกษตรเพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่เป็นนายตนเอง 
อาชีพที่ว่าอิสระ ที่จริงแล้วไมได้ง่ายอย่างที่คิด  หลายคนมักหลงไปกับความสำเร็จของไอดอลทางทีวีที่นำเสนอ เช่น รายงานที่ส่งเสริมการสร้างอาชีพต่างๆ  ซึ่งเป็นการย่นย่อในส่วนของความสำเร็จมาให้ผู้สนใจชม  คนส่วนใหญ่ที่หลงใหลไปกับความสำเร็จของผู้อื่นนั้นเมื่อได้มาลงมือทำจริงๆ  มักจะท้อและล้มเลิกไปก่อนที่จะสำเร็จเสมอๆ  มีคนไม่ถึง 10  เปอร์เซ็นต์ที่อยากมีอาชีพอิสระแล้วลงมือทำจนสำเร็จ  สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะความฉาบโฉยเห็นแต่ความสำเร็จ  ขาดการมองระยะทางการไปถึงความสำเร็จ  ความอดทนและอุปสรรค  และปัจจัยบางอย่างที่คนในสังคมไม่เท่ากัน  คือ  ต้นทุนทางสังคม  ต้นทุนทางทุนทรัพย์  ต้นทุนทางความคิด 
ดังนั้นใครก็ตามที่สนใจจะประกอบอาชีพอิสระ  ไม่อยากทำงานประจำต้องทบทวนตนเองในด้านต่างๆ  เป็นสำคัญ


ขอขอบพระคุณทุกท่านที่แวะเวียนมาใช้บริการข้อมูลครับ
      

**หมายเหตุ**

เนื้อหาบางส่วนที่นำเสนออาจยังไม่สมบูรณ์  ซึ่งกำลังรอดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม  เนื่องจากโครงสร้างที่เนื้อที่ระบุไว้ในเว็บทีมงานเขียนบรรยายเป็นโครงสร้างระดับพื้นฐาน  เพื่อเตรียมพัฒนาเนื้อหาให้สมบูรณ์ในอนาคต  น้อง ๆ  นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป  ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบก่อนตัดสินใจนะครับ


วันที่โพส
15/11/2560
ทีมงาน

นิวแนวดอทเน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

ประวัติการกำเนิดกิจการเนตรนารี

ประวัติการกำเนิดกิจการเนตรนารี



รัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงใฝ่พระทัยและศึกษาเรื่องกิจการลูกเสือ ในต่างประเทศ  โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell)  ผู้ก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นครั้งแรกของโลก  เพื่อใช้ในการฝึกทหารเด็กเพื่อเป็นหน่วยสอดแนมในการรบ  ประสบความสำเร็จด้วยดี  หลังจากที่พระองค์นิวัติสู่ประเทศไทย ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า เมื่อ  วันที่ 6  พฤษภาคม  2454   ภายในระยะเวลา 2  เดือนที่ฝึกหัดกองเสือป่า  พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก  ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งลูกเสือขึ้นอย่างเป็นทางการ  ณ  วันที่  1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454   ประเทศไทยจึงเป็นประเทศอันดับที่ 3  ที่มีการจัดกิจการลูกเสือขึ้น

ในเวลาต่อมาพระองค์ทรงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญการส่งเสริมกิจการลูกเสือสำหรับสตรีและเด็กผู้หญิง  ทรงมีพระราชดำริ ให้จัดตั้งลูกเสือหญิง  พระราชทานนามกิจการลูกเสือหญิงว่า   “เนตรนารี”   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มสตรีและเด็กผู้หญิงมีหน้าที่ในการจัดหาเสบียงและเวชภัณฑ์เพื่อสนับสนุนกองเสือป่า
กองแรกเนตรนารีกองแรกของไทย  คือ กองเนตรนารี โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง
กิจการเนตรนารีจึงถือกำเนิดขึ้นหลังจากกิจการลูกเสทอเจริญก้าวหน้าควบคู่กันไป


                                                                                                                           

**หมายเหตุ**

เนื้อหาบางส่วนที่นำเสนออาจยังไม่สมบูรณ์  ซึ่งกำลังรอดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม  เนื่องจากโครงสร้างที่เนื้อที่ระบุไว้ในเว็บทีมงานเขียนบรรยายเป็นโครงสร้างระดับพื้นฐาน  เพื่อเตรียมพัฒนาเนื้อหาให้สมบูรณ์ในอนาคต  น้อง ๆ  นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป  ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบก่อนตัดสินใจนะครับ


วันที่โพส
01/04/2558
ทีมงาน

นิวแนวดอทเน็ต

ประวัติการกำเนิดกิจการลูกเสือไทย

ประวัติการกำเนิดกิจการลูกเสือไทย



รัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงใฝ่พระทัยและศึกษาเรื่องกิจการลูกเสือ ในต่างประเทศ  โดยลอร์ดเบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell)  ผู้ก่อตั้งกองลูกเสือขึ้นครั้งแรกของโลก  เพื่อใช้ในการฝึกทหารเด็กเพื่อเป็นหน่วยสอดแนมในการรบ  ประสบความสำเร็จด้วยดี  หลังจากที่พระองค์นิวัติสู่ประเทศไทย ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า เมื่อ  วันที่ 6  พฤษภาคม  2454   ภายในระยะเวลา 2  เดือนที่ฝึกหัดกองเสือป่า  พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก  ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งลูกเสือขึ้นอย่างเป็นทางการ  ณ  วันที่  1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454   ประเทศไทยจึงเป็นประเทศอันดับที่ 3  ที่มีการจัดกิจการลูกเสือขึ้น  โดยกองลูกเสือกองแรกเกิดขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง  นับจากนั้นเป็นต้นมากิจการเสือป่าได้ขยายกิจการสู่โรงเรียนและสถานที่ต่าง ๆ โดยมีสภากรรมการคณะลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้กำกับดูแล  กิจการลูกเสือจึงเป็นการฝึกให้ข้าราชการพลเรือน นักเรียน และประชาชนได้เรียนรู้วิชาทหาร โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเพื่อมุ่งอบรมจิตใจให้คนไทยรู้จักรักชาติ  มีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี และมีความกตัญญู
และพระราชทานคำขวัญสำหรับลูกเสือไว้ว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์"

การกำเนิดลูกเสือไทยจึงถือกำเนิดขึ้นโดยการก่อตั้งกองเสือป่าของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
พระองค์จึงทรงเป็น  “พระบิดาแห่งการลูกเสือไทย”  และส่งเสริมกิจการลูกเสือให้เจริญก้าวหน้า
ดังนั้น  วัน  1 กรกฎาคม ของทุกปีจึงเป็น  “วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ”


                                                                                                                           

**หมายเหตุ**

เนื้อหาบางส่วนที่นำเสนออาจยังไม่สมบูรณ์  ซึ่งกำลังรอดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม  เนื่องจากโครงสร้างที่เนื้อที่ระบุไว้ในเว็บทีมงานเขียนบรรยายเป็นโครงสร้างระดับพื้นฐาน  เพื่อเตรียมพัฒนาเนื้อหาให้สมบูรณ์ในอนาคต  น้อง ๆ  นักเรียนนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป  ควรหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบก่อนตัดสินใจนะครับ


วันที่โพส
01/04/2558
ทีมงาน

นิวแนวดอทเน็ต

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

การวิเคราะห์ต้นทุนทางอาชีพต้นทุนชีวิต

การวิเคราะห์ต้นทุนทางอาชีพ

เรื่องราวของต้นทุนของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน  บางคนมีต้นทุนทางด้านสินทรัพย์  บางคนมีต้นทุนด้านแรงงาน  บางคนมีต้นทุนด้านเวลา  บ้างคนมีต้นทุนด้านความคิด    เพราต้นทุนทำให้เรา ๆ  ท่าน ๆ  ไม่เท่ากัน  สาเหตุก็เพราะหลายปัจจัยที่เกื้อหนุน
ผู้ที่มีต้นทุนด้านสินทรัพย์  ย่อมได้เปรียบกว่าผู้ที่มีสินทรัพย์น้อย จะทำอะไรดูจะสะดวกและง่ายไปหมดต้นทุนประเภทนี้ช่วยให้เอื้อต่อความสำเร็จได้ง่าย
ต้นทุนด้านแรงงาน ทุนคนมีกำลังกายที่มีเหมือน ๆ กัน  ต้นทุนประเภทนี้เป็นต้นทุนทางกายของเรา  ใช้ร่างกายทำงานแลกเงิน หรือแลกกับความสำเร็จ  เป็นต้นทุนที่ไม่ต้องซื้อหามีเองตามธรรมชาติในตัวเรา
ต้นทุนด้านเวลา  ต้นทุนด้านนี้ทุกคนมีเวลาเหมือนกัน  แต่เวลานั้นจะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์หรือไม่อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับบุคคล  การที่เราทำงานก็มีเวลาเป็นต้นทุน  คือ  ต้นทุนชีวิต  เวลาไม่ต้องซื้อหา แต่เรานำมาขายได้หรือใช้ประโยชน์ได้
ต้นทุนด้านความคิด  เกิดจากการพัฒนาทางสติปัญหา  จากการเรียนรู้  จากความสามารถทางสมอง  ต้นทุนนี้มีอยู่ในตัวคน  ซึ่งแต่ละคนมีต้นทุนความคิดไม่เหมือนกัน  คนที่มีความคิดดีย่อมต้นทุนสูง  ต้นทุนประเภทนี้สามารถสร้างความสำเร็จได้สูงสุดในชีวิต  มีค่ายิ่งกว่าต้นทุนทุกประเภท

รวมๆ  แล้วเราทุกมีต้นทุนแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน  การประกอบอาชีพต่าง ๆ  ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนทั้งนั้น
ในด้านต้นทุนทางสินทรัพย์นั้น  จะว่าไปแล้วมีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ  คนที่จะประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จล้วนต้องมีต้นทุนทางสินทรัพย์อยู่บ้าง  ไม่มีเลยก็ทำให้อะไรได้ลำบาก  การก่อตั้งกิจการก็ต้องอาศัยทุน  การระดมทุน จึงมีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเรื่องเงินทุน  แต่คนที่มีต้นทุนด้านสินทรัพย์น้อย ก็ยังโชคดีที่เรามีต้นทุน  คือ  แรงงาน  เวลา  ความคิด  สิ่งเหล่านี้นำมาเปลี่ยนเป็นเงิน  เป็นทรัพย์สินได้  แต่ถ้าว่าเราก็ถูกงานถูกอาชีพ  ซื้อเอาเวลาชีวิตของเราไปโดยอัตโนมัติ ทั้งด้านต้นทุนด้านเวลา  ด้านแรงงาน

ฉะนั้นเมื่อวิเคราะห์ผลโดยรวมแล้ว  อาชีพกับต้นทุนเป็นของคู่กัน  คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับอาชีพ  อาชีพที่มั่นคง  อาชีพที่สร้างเงิน  อาชีพที่ภาคภูมิใจ  เราใช้ชีวิตอยู่กับอาชีพทุกวันจะสร้างความสำเร็จในชีวิตก็ต้องหันกลับมาทบทวนเรื่องต้นทุน แล้ววิเคราะห์มันสักครั้งว่าเราจะให้ต้นทุนแต่ละประเภทที่เรามีให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง

ถ้าเราใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรามีอย่างมีค่า  ความสำเร็จในอาชีพก็คงไม่ไกล  ลองกลับมาทบทวนแล้ววางแผนชีวิตและอาชีพ  อาชีพที่เราทำอาจทำให้เราสำเร็จได้โดยมีเป้าหมาย  รู้จักจุดแข็งจุดอ่อนในตัว  รู้จักต้นทุนของตนเอง  แล้วพัฒนาต้นทุนให้กลายเป็นสินทรัพย์ให้กลายเป้นความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ     




ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส

30  กันยายน  2557

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

แนะแนววิถีพุทธ : หลักการสร้างความสำเร็จ

แนะแนววิถีพุทธ – การสร้างความสำเร็จ

เหตุต้น – ผลกรรม
ด้วยเหตุที่ทำให้เราประสบความสำเร็จตามแนวทางของพุทธแล้ว  มีหลายผู้รู้ได้นำเอาแนวทางนี้มาขยายความมากมาย ในการด้านการสร้างความสำเร็จแล้วก็สามารถเอาหลักแนวคิดดังกล่าวมาสร้างความสำเร็จได้ดี
ตัวอย่างจากผู้รู้ที่อธิบายไว้  เช่น  ปลูกต้นใดย่อมๆได้รับผลของต้นนั้น
ปลูกมะม่วงก็ย่อมได้กินผลมะม่วง  จะปลูกมะม่วงให้ออกผลกลายเป็นผลมังคุด  ทุเรียนก็ย่อมเป็นไปไม่ได้  เมื่ออยากกินผลของต้นใดก็จงปลูกผลของต้นนั้น

ความสำเร็จก็เช่นกัน  ย่อมมีต้นแห่งเหตุที่จะไปสู่ความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ  หากแต่ไม่มีเหตุให้เกิดสิ่งนั้นก็ย่อมเกิดไม่ได้
ท่านพุทธทาสได้อธิบายอิทัปปัจจยตา คือ กฎที่กล่าวว่า  "เพราะมีสิ่งนี้ เป็นเหตุปัจจัยให้สิ่งนี้จึงมี"

เราสามารถเอาแนวทางพุทธไปปฏิบัติใช้ในการสร้างความสำเร็จได้หลากหลาย
สำหรับผู้ที่คิดตะสร้างความสำเร็จในเรื่องราวต่าง ๆ  ที่ต้องการให้ชีวิตประสบความสำเร็จในแต่ละด้านก็สามารถนำหลักการนี้ไปสร้างความสำเร็จได้ไม่ยาก  เพียงแต่เริ่มสร้างเหตุให้เกิดผล
อยากรวย  ก็  สร้างเหตุที่จะทำให้รวย  เช่น  สร้างเหตุจากการทำงานที่ได้เงิน  สร้างเหตุที่อำนวยให้เกิดผลไปเรื่อย ๆ  แล้วผลที่ได้ก็คือสิ่งที่ต้องการ
อยากมีความรู้  ก็สร้างเหตุที่จะทำให้เกิดความรู้  เช่น  เรียนรู้  ฝึกฝน  ทดลอง  อ่าน  เขียน  พิจารณา  อันเป็นเหตุที่สร้างให้เกิดผลคือ  ความรู้ในเรื่องนั้น ๆ

ขอบฝากพี่ ๆ น้อง  ๆ  และท่านผู้สนใจช่วยกันติ และแสดงความคิดเห็นได้ 
ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจทานข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลแนะแนวใหม่ร่วมกันนะครับ

หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส
14  กันยายน  2557


หลักการพุทธกับหลักการทางจิตวิทยา

พุทธจิตวิทยา – หลักการพุทธกับหลักการทางจิตวิทยา

พุทธจิตวิทยา
หากจะมองพุทธในแนวทางของหลักปรัชญา ในแนวทางของศาสตร์  พุทธก็มีทฤษฎีมากมายที่ครอบคลุมเรื่องราวของมนุษย์  ทั้งภายในและภายนอกมีการแบ่งพฤติกรรมของมนุษย์อย่างละเอียด  นับว่าเป็นศาสตร์ทางจิตวิทยาอีกศาสตร์ที่กำเนิดจากชาวตะวันออก ด้วยหลักการทางพุทธศาสนาที่ยาวนานมากว่า  2,000  กว่าปี
ในขณะที่ชาวตะวันตกมีการพัฒนาหลักจิตวิทยามาอย่างต่อเนื่อง มีหลากลายกลุ่มหลากหลายแนวคิดทฤษฎี แต่บางครั้งบางกลุ่มก็มีการทับซ้อนอธิบายคลายคลึงกับหลักพุทธจิตวิทยาเช่นกัน  เนื่องทฤษฎีต่าง ๆ  ทางจิตวิทยาตะวันตกบางส่วนได้รับอิทธิพลและแนวคิดจากพุทธไปบ้าง  ในหมวดหมู่นี้จึงอยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวศาสตร์ทางจิตวิทยาที่มีพื้นฐานมาจากพุทธเพื่ออธิบายความตามธรรม  หวังว่าเรื่องราว ๆ  ต่าง ๆ ที่นำมาเสนอจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยหรือหากมีข้อผิดพลาดผู้เขียนก็พร้อมน้อมรับเอาข้อผิดพลาดไปพิจารณาปรับปรุงตามความเหมาะสม

ขอฝากพี่ ๆ น้อง  ๆ  และท่านผู้สนใจช่วยกันติ และแสดงความคิดเห็นได้ 
ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจทานข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลแนะแนวใหม่ร่วมกันนะครับ

หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส

14  กันยายน  2557

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ภาระการพัฒนางานแนะแนวออนไลน์

แนะแนวอาชีพ ภาระการพัฒนางานแนะแนวออนไลน์

จากภาระงานแนะแนวออนไลน์ โดย newnaew.net  และคลังแนะแนว ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ ปี 2009   ณ  ปัจจุบันถึง 2014 
ทำให้ผู้จัดทำเว็บไซต์ในฐานะผู้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว  ภูมิใจอย่างยิ่งที่มีผู้เข้าใช้บริการแนะแนวออนไลน์  เพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มสูงขึ้น  เพราะท่านผู้สนใจทั้งนักเรียน  นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้แวะเวียนมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง  ปัจจุบันนับจากสถิติที่นับได้ก็น่าจะเกิด 1,000,000,000 user  แล้ว  ถึงแม้อันดับต่าง ๆ ในผลการค้นหาจะไม่คงที่ ขึ้น ๆ ลง ๆ  ตามการเปลี่ยนแปลงทางการแข่งขันที่สูงขึ้นก็ไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ  เนื่องจากเป้าหมายของการสร้างสรรค์เว็บแห่งนี้ในช่วงเริ่มต้นเพียงต้องการสร้างสรรค์ในสิ่งที่เรียนมาให้เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจการแนะแนวได้เช้ามาใช้บริการงานแนะแนวออนไลน์  ณ จุดนี้ถือว่าเดินมาไกลพอสมควรแล้ว  จากคนหนึ่งคน และที่ปรึกษา ผู้ช่วยจำเป็นอีก 1 คน  ก้าวมาสู่ปีที่ 6 ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนให้เราก้าวไปพร้อมๆ  กัน  จากเว็บบ้าน ๆ  ทำด้วยใจ  ก็ยังบ้าน ๆ   ต่อไป และอยากให้ความบ้าน ๆ  มีประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่มากก็น้อย

******
ก้าวเข้าสู่การพัฒนาเนื้อหาการแนะแนวอาชีพ  เห็นได้ว่าหมวดแนะแนวอาชีพของ newnaew.net มีผู้สนใจเข้าใจบริการมากพอสมควร   ผู้จัดทำจึงพยายามทดลองทำกิจกรรมอันจะช่วยส่งเสริมและแนะแนวอาชีพจากการปฏิบัติการทดลองจริงแล้วนำมาถ่ายทอดเป็นบทความการแนะแนว  บางครั้งจึงต้องใช้เวลายาวนานพอสมควร  สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง  แล้วจึงนำมาเขียนเป็นตอน ๆ  เพื่อให้ผู้สนใจได้เลือกพิจารณาว่าอาชีพเสริม หรืออาชีพอิสระต่างๆ   มีข้อดีข้อเสียอย่างไร  และอุปสรรคต่าง ๆ มีอะไรบ้าง  สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐาน  รวมไปถึงเรื่องราวสูตรอาหารต่างๆ  ส่วนใหญ่ก็มาจากการลงมือทำเองของผู้เขียนบทความและผู้ช่วย  ซึ่งสูตรต่าง ๆ  มาจากประสบการณ์จริง  ซึ่งท่านผู้สนใจที่คิดจะนำสูตรไปทดลองทำกินทำขายก็ควรเรียนรู้และลองผิดลองถูกกันต่ออีกครั้ง เพราะมาตรฐานความอร่อยของแต่ละคนแตกต่างกัน  และเนื้อหาต่าง ๆ อีกมากมายก็ควรอ่านและศึกษาเพิ่มเติมด้วย  ข้อมูลในเว็บบางครั้งอาจไม่ครอบคลุมหรือล้าสมัยไปบ้างก็ขอฝากผู้สนใจไว้พิจารณา เพื่อประโยชน์ของทุกท่าน
ดังนั้นในปีนี้และปีต่อ ๆ ไปผู้จัดทำจำพยายามสร้างสรรค์เนื้อหาที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  และจะเพิ่มช่องทางการสื่อสารมากขึ้น  หวังว่าเราจะช่วยกันผลักดันให้  newnaew  ก้าวสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้การแนะแนวในอนาคตตามอุดมการณ์ที่ตั้งใจไว้

ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนนะครับ          

ทุกท่านสามารถติ และนำเสนอแนวคิดการพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมได้ตามลิ้งค์นี้นะครับ 
หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส

26  สิงหาคม  2557

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รูปแบบการค้าขายต้นไม้ออนไลน์

ธุรกิจแนวใหม่ : การค้าขายต้นไม้ออนไลน์ 



การค้าขายพรรณไม้  ต้นไม้มีมายาวนานแล้ว  แต่ไม่กี่มีมานี้ธุรกิจการค้าขายต้นไม้ ได้ปรับตัวให้เข้ากับยุคการสื่อสารไร้พรมแดน
การค้าขายต้นไม้  พรรณไม้จึงสะดวกมากขึ้นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย  สามารถติดต่อค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ต  การรับส่งต้นไม้ก็มีระบบรองรับที่ดีขึ้น  มีผู้ให้บริการขนสินค้าเพิ่มมากขึ้นตาความต้องการของผู้ซื้อผู้ขาย  ประเทศไทยเราจึงมีผู้ให้บริการเกี่ยวกับขนส่งสัตว์เลี้ยง  ต้นไม้  สิ่งของทั่วประเทศ  ความสะดวกสบายเช่นนี้จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดธุรกิจประเภทนี้เพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะคนทั่วไปเริ่มให้ความสำคัญกับการหารายได้เสริม  เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น  คนที่มีใจพรรณไม้และคนที่แสวงหารายได้จากการเพาะพันธุ์ต้นไม้  พรรณไม้เริ่มมีการเพาะพันธุ์พรรณไม้เพื่อจำหน่ายหลายรายทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าก้าวเข้าสูงวงการธุรกิจออนไลน์  ซึ่งรวมไปถึงผู้เขียนเองก็นิยมชมชอบการปลูกต้นไม้และพรรณไม้  จากความชอบกลายเป็นธุรกิจรายได้เสริมเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนค่าใช่จ่ายในดูแลต้นไม้ และการหาสายพันธุ์ต้นไม้ใหม่ ๆ มาเพิ่มเติม ท่านผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม  จากเว็บวิถีเกษตร  ที่ผู้เขียนสร้างขึ้นเพื่อแชร์ประสบการณ์การทำการเกษตร  การเพาะพันธุ์ต้นไม้และการเลี้ยงสัตว์ ได้ที่ www.kadgom.com
 แต่กระนั้นการเพาะพันธุ์ต้นไม้แต่พรรณไม้แต่ละชนิดก็มีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป  พรรณไม้จึงมีราคาแตกต่างตามความยากง่ายของการเพาะเลี้ยงไปด้วย  

สำหรับผู้สนใจการค้าขายต้นไม้  พรรณไม้ออนไลน์  ผู้เขียนจะนำเสนอขั้นตอนต่าง ๆ  ไว้เป็นแนวทางเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไปเร็ว ๆ  นี้  โดยมีหัวข้อดังนี้ 
* พื้นฐานความชอบ
* การเลือกกล้าไม้ และพรรณไม้
* การเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์
* ช่องทางซื้อขาย
* ช่องทางขนส่งต้นไม้
* ข้อควรระวัง

ผู้สนใจสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อในหมวดหมู่ดังกล่าวได้เลยนะครับ

ขอบคุณสำหรับผู้สนใจทุกท่าน 
ทุกท่านสามารถติ และนำเสนอแนวคิดการพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมได้ตามลิ้งค์นี้นะครับ 
หรือ  e-mail :  newnaew@hotmail.co.th

ผู้โพส
พยัคฆ์กูรู

วันที่โพส

4  สิงหาคม  2557