วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สวัสดีเดือนพฤษภาคม 2554

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเดือน พฤษภาคม 2554 ครับ

สำหรับเว็บ naenaew.blogspot.com และ newnaew.net
เป็นเว็บสำหรับการแนะแนวตามสไตล์ของผมเอง
ซึ่งเนื้อหาบางส่วนอาจยังไม่สมบูรณ์
ผมเองในนามผู้เขียนขอน้อมรับในคำติชม
หากที่ผู้สนใจท่านใดเห็นว่าข้อมูลส่วนใดไม่สมบูรณ์หรือขาดตกบกพร่องท่านสามารถแสดงความคิดเห็นด้านล่างบทความได้ผมยินดีน้อมรับและทำการแก้ไขให้เนื้อหาต่างๆ สมบูรณ์มากยิ่ง และจะดียิ่งขึ้นหากท่านช่วยเพิ่มเติมความคิดเห็นที่อาจเป็นประโยชน์ได้
เนื่องจากเว็บ blog แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ยุคการเรียนรู้เสรีนะครับ

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมหรือต้องการสอบถาม แสดงความคิดเห็นได้ด้านล่างนี้เลยครับ พร้อมตอบทุกคำถามหากสามารถตอบได้นะครับ...

ความรู้พื้นฐานเรื่องการกำหนดขนาด หัวเรื่อง ขนาดตัวอักษร รูปแบบต่างๆ ของการทำรายงาน

ความรู้พื้นฐานเรื่องการกำหนดขนาดหัวเรื่อง ขนาดอักษร รูปแบบตัวอักษรต่าง ๆ

ความพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับงานพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ที่ขาดไม่ได้อีกหนึ่งเรื่อง คือ ขนาดหัวเรื่อง ขนาดอักษร รูปแบบตัวอักษรต่าง ๆ โดยเฉพาะงานพิมพ์วิชาการ ต้องมีรูปแบบที่เป็นสากลนิยมเท่านั้น

หัวเรื่อง

หัวเรื่อง อย่างเช่น บท แต่ละบท คือหัวประจำบท นิยมกำหนดขนาด เท่ากับ 18 หรือ 20 ตามหน่วยงานกำหนด แต่โดยส่วนใหญ่นิยมกำหนดขนาดตัวอักษรที่ 18 ตัวหนา

ส่วนประกอบของหัวเรื่องประจำบทต่าง ๆ

เช่น บทนำ ประกอบไปด้วยหัวเรื่อง คือ

ความเป็นและความสำคัญของปัญหา

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

สมมติฐานการศึกษา

ขอบเขตของการศึกษา

ข้อตกลงเบื้องต้น

นิยามศัพท์เฉพาะ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา

หัวเรื่องที่กล่าวมา ส่วนใหญ่นิยมกำหนดขนาดตัวอักษรที่ 16 ตัวหนา

รูปแบบตัวอักษร

สำหรับรูปแบบตัวอักษรในการพิมพ์ กำหนดให้ใช้ตัวอักษรเป็น Angsana เป็นรูปแบบอักษรที่ใช้กับภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษและสูตรต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบรายงานควรดูจากระเบียบการพิมพ์ที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนดขึ้น เนื่องจากในบางหน่วยงานอาจมีการกำหนดที่แตกต่างกันในบางส่วนจึงควรศึกษาจากคู่มือให้มาก เพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานที่สมบูรณ์ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

เขียน วันที่ 14/05/2554

ผู้เขียน พยัคฆ์กูรู


อ้างอิงข้อมูลจาก

newnaew.net


รู้จักกับองค์ประกอบเพิ่มเติมของการทำรายงานต่างๆ

รู้จักกับองค์ประกอบเพิ่มเติม ของการทำรายงานต่างๆ

ส่วนเพิ่มเติม คือ ส่วนของภาคผนวกเอกสารประกอบรายงาน 5 บท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการนำเอกสารเพิ่มเติมเข้ามาประกอบเพื่อให้รายงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น เนื่องจากในการเขียนส่วนของ 5 บท อาจมีบางส่วนที่ผู้จัดทำต้องการอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้สนใจรายงานมีความเข้าใจในรายงานมากขึ้น เป็นการอธิบายเสริม หรือต้องการนำเสนอข้อมูลแสริมให้รายงานมีคุณภาพสมบูรณ์ เช่น การแสดงผลวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากในรายงาน 5 บท ในบทที่ 4 เป็นการสรุปผลผู้จัดทำจึงต้องการขยายความให้ผู้สนใจศึกษาต่อส่วนดังกล่าว เป็นต้น

ฉะนั้นผู้เขียนข้ออธิบายในส่วนเสริมของรายงาน พอสังเขป ดังนี้

เช่น

ภาคผนวก แบ่งเป็นภาคผนวกย่อย เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาของผู้สนใจ เช่น

ภาคผนวก รายนามผู้เชี่ยวชาญ

ภาคผนวก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

ภาคผนวก ผลการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ

ภาคผนวก ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพเครื่องมือ

ภาคผนวก ..........

ภาคผนวก ...........

ซึ่งสามารถเพิ่มเติมตามความต้องการของผู้จัดทำ

และส่วนสุดท้าย คือ ประวัติของผู้จัดทำ

สำหรับส่วนประกอบเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการศึกษาในการรายงานผล เช่น หากเป็นรายงานศึกษาเอกเทศที่ใช้เครื่องมือเป็นแบบสำรวจ สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี ควรภาคผนวกเท่าที่จำเป็น เช่นเครื่องมือ คือ แบบสำรวจ ประวัติ หรืออื่นๆ ก็ตามแต่เห็นสมควร ไม่ควรใส่ในส่วนที่ไม่จำเป็น

ระดับปริญญาโท เช่น การผลิตสื่อเพื่อการเรียนรู้ ควรใส่ภาคผนวกในส่วนที่เสริมความเข้าใจให้ละเอียดพอสมควร และควรพิจารณาความเหมาะสมและความถูกต้อง

เขียน วันที่ 14/05/2554

ผู้เขียน พยัคฆ์กูรู


ข้อมูลอ้างอิงจาก

newnaew.net

รู้จักกับองค์ประกอบส่วนอ้างอิงของการทำรายงานต่างๆ

รู้จักกับองค์ประกอบส่วนอ้างอิง ของการทำรายงานต่างๆ

การเขียนอ้างอิงเป็นส่วนสำคัญในการทำรายงานให้มีความถูกต้องตามหลักการที่กำหนดไว้

ส่วนอ้างอิง ได้แก่

การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา

การเขียนเชิงอรรถ

การเขียนอ้างอิง

การเขียนบรรณานุกรม

การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา เป็นการให้เกียรติเจ้าของบทความเดิมและเป็นการเคารพในทรัพย์สินทางปัญญา โดยนำมายกไว้ในรายงานที่จัดทำขึ้น

ยกตัวอย่างที่ 1การเขียนอ้างอิงเนื้อหาส่วนหัว เช่น

คำก้อน สอนดี (2552 : 14) ได้กล่าวถึง การสอนที่ดี ควรมี............

คำก้อน สอนดี คือ ชื่อผู้แต่ง

2552 คือ ปี พ.ศ. ที่พิมพ์

14 คือ หน้า ของบทความที่นำมาอ้างอิง

จากตัวอย่างที่ 2 การเขียนอ้างอิงเนื้อหาส่วนท้าย เช่น

การสอนที่ดีควรมี............................

.......................................(คำก้อน สอนดี, 2552 : 14)

การเขียนอ้างอิงในเนื้อหายังมีจุดเพิ่มเติมอีกนิด เช่น

ถ้าหากมีผู้แต่ง 2 คน จะใช้คำว่าและ

เช่น คำก้อน สอนดี และสงสัย สอนเก่ง (2552 : 14)

ถ้าหากมีผู้แต่งเกิน 2 ขึ้นไป นิยมใช้ผู้แต่งคนที่ 1 เป็นชื่อหลักตามด้วยคณะ

เช่น คำก้อน สอนดี และคณะ (2552 : 14)

การเขียนอ้างอิงในเนื้อหาสามารถหาอ่านเพิ่มเติมตามรูปแบบที่กำหนดของแต่ละสถาบัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เหมือนกัน

การเขียนอ้างอิงทุกครั้งควรใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งตลอดทั้งเล่ม

การเขียนเชิงอรรถ

เป็นการเขียนอ้างอิงส่วนล่างสุดของกระดาษ ซึ่งไม่นิยมค่อยได้รับความนิยม และถูกลดบทบาทลงไป เนื่องจากกินเนื้อที่ของกระดาษมาก จึงอาจทำให้การเขียนเชิงอรรถในอนาคตอาจหมดความสำคัญ

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากคู่มือการเขียนรายงานต่าง ๆ หรือในหนังสือวิชาการต่างๆ ปีพ.ศ. เก่า ๆ

เหตุผลที่ผู้เขียนไม่นำมาเขียนเป็นตัวอย่างเนื่องจากต้องการให้ผู้สนใจสามารถนำความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ไปประกอบการศึกษา ซึ่งการเขียนใช้อรรถในรายงานปัจจุบันไม่นิยมใช้ เพื่อป้องกันการสับสนจึงไม่ขอ อธิบายรายละเอียด หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถส่ง e – mail ได้ที่เว็บมาสเตอร์ newnaew@hotmail.co.th

การเขียนอ้างอิง

การเขียนอ้างอิง เป็นการนำรายชื่อของบุคคลหรือตำราเอกสารที่ถูกอ้างถึงในรายงาน 5 บท มาเรียบเรียงไว้ในส่วนท้ายเพื่อให้ผู้สนใจสามารถสืบค้นเพิ่มเติมจากรายการหนังสือ หรือเอกสารนั้นได้ ส่วนอ้างอิงกับบรรณานุกรม ต่างกันที่ การเขียนอ้างอิงใช้เฉพาะรายชื่อเอกสารหรือบุคคลที่กล่าวถึงในรายงาน 5 บทเท่านั้น ส่วนบรรณานุกรม สามารถเขียนรายชื่อเอกสารที่ไม่ถูกกล่าวถึงในรายงาน ซึ่งเราได้ศึกษาประกอบนำมาไว้ในบรรณานุกรมได้ แต่ไม่ควรใส่รายการมากเกินความเป็นจริง

การเขียนบรรณานุกรม

การเขียนบรรณานุกรม เป็นการนำรายชื่อหนังสือ หรือเอกสารที่นำมาอ้างอิง และนำมาประกอบการศึกษา เขียนเป็นรายการไว้ในส่วนของบรรณานุกรม เพื่อให้ผู้สนใจสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ โดยเน้นรายการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษาในรายงาน 5 บท

ซึ่งการเขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรม ควรศึกษาระเบียบการพิมพ์ของแต่ละแห่งเนื่องจากมีความแตกต่างกันในบางส่วน จึงควรศึกษาเพิ่มเติมจากหลาย ๆ แหล่ง

เขียน วันที่ 14/05/2554

ผู้เขียน พยัคฆ์กูรู


อ้างอิงข้อมูลจาก

newnaew.net